แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำราจีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำราจีน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

10 วิธีเผาผลาญพลังงาน






ใน แต่ละวันถ้าคุณมีโอกาสได้ทำกิจกรรมต่างๆ บ้าง ก็จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณได้ใช้พลังงานส่วนเกินที่สะสมจากอาหารที่ กินเข้าไปได้ แม้คุณจะไม่ได้ออกกำลังกายจริงจังอย่างการเล่นกีฬา แต่ก็ได้ขยับกล้ามเนื้อแขนขา แถมยังลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและกระดูกพรุนอีกต่างหาก วันนี้มีกิจกรรมง่ายๆ ที่คุณอาจมองข้ามมาแนะนำ ว่ากิจกรรมแบบไหนที่คุณน่าจะทำได้บ้าง

เดินคุยโทรศัพท์แทนที่จะนั่งเฉยๆ

สำหรับ คนที่ทำงานนั่งโต๊ะ ระหว่างโทรศัพท์ควรจะลุกจากที่นั่งที่คุณจุมปุ๊กมาทั้งวัน แม้ไม่ได้ใช้พลังงานมากนักแต่ก็ทำให้คุณได้ขยับแข้งขา เพิ่มการไหลเวียนของเลือด การเลือกโทรศัพท์ไร้สายมาใช้จะช่วยได้มาก

เดินไปส่งเอกสารด้วยตัวเอง

บาง ครั้งที่คุณต้องการส่งเอกสารไปแผนกอื่น หรือต้องเดินข้ามชั้นหากที่ทำงานมีขนาดใหญ่ แทนที่จะใช้คนอื่นคุณควรลุกขึ้นเดินไปส่งเอกสารเหล่านั้นด้วยตัวเอง นอกจากจะได้ออกแรงหรือขึ้นลงบันไดแล้ว ยังได้ของแถมเป็นโอกาสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเพื่อนร่วมงานอีกต่างหาก

หาเวลาว่างเดินช็อปปิ้ง

การ เดินตามห้างสรรพสินค้าหรือตลาดนัด ในช่วงวันหยุด ไม่เพียงเพลินตาสบายใจเท่านั้น ยังได้ออกกำลังกายแบบไม่รู้ตัว และถ้าได้เดินห้างตลอดบ่ายวันเสาร์เท่ากับคุณเดินไม่หยุดถึง 4-5 ชม.เลยทีเดียว จะให้ดีควรสวมเสื้อผ้าสบายๆ ใส่ถุงเท้ารองเท้ากีฬา จะช่วยให้เดินได้สะดวกยิ่งขึ้น

ทาสีบ้าน

การทาสีบ้านจะผลาญพลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม. แถมยังได้ออกกำลังแขนและลำตัวอีกต่างหาก

ออกกำลังกายขณะทำความสะอาดบ้านให้เอี่ยมอ่อง

หากคุณทำความสะอาดบ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากบ้านจะน่าอยู่แล้ว ยังได้เผาผลาญพลังงานถึง 420 แคลอรี/ชม. อีกด้วย

ทำสวนตัดหญ้า

สำหรับ คนที่บ้านมีบริเวณ การทำสวน พรวนดิน ปลูกต้นไม้ จะใช้พลังงานถึง 360 แคลอรี/ชม. พอๆ กับการเล่นแบดมินตัน หากสนามกว้างหน่อยใช้รถตัดหญ้าก็จะช่วยผลาญพลังงานได้ถึง 420 แคลอรี/ชม. พอๆ กับเล่นเทนนิสเลยทีเดียว

เดินหาที่กินไกลออฟฟิศ

ช่วง พักกลางวันควรเดินไปหาของกินอร่อยๆ ไกลออฟฟิศอีกนิด อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณได้ใช้พลังงานจากอาหารที่กินเข้าไป ลดการสะสมไขมันได้บ้าง

ใช้ตะกร้าแทนรถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ต

หาก ต้องการซื้อของเพียงไม่กี่ชิ้น ควรใช้ตะกร้าแทนรถเข็น หรือถ้าถือได้ก็ถิอเอง เพื่อให้แขนได้ออกแรงยกของระหว่างเดิน ซึ่งจะช่วยเผาผลาญพลังงานเสมือนกับการเล่นเวท แต่อย่าลืมสลับข้างเพื่อให้แขนและไหล่ทั้ง 2 ข้างได้ออกแรงเท่าเทียมกัน

ขึ้นบันไดแทนขึ้นลิฟต์

การขึ้นบันไดแต่ละครั้งจะใช้พลังงานประมาณ 10 แคลอรี/ชั้น แล้วยังได้ออกกำลังขาอีกต่างหาก

ใช้รถประจำทางหรือรถไฟฟ้าแทนการขับรถ

เมื่อ ต้องเดินทาง หากเส้นทางที่จะไปอยู่ใกล้รถไฟฟ้า หรือมีรถประจำทางวิ่งผ่าน ให้จอดรถไว้แล้วใช้บริการขนส่งมวลชนดูบ้าง ไม่เพียงประหยัดน้ำมัน ยังได้ออกกำลังกาย แถมได้สัมผัสชีวิตริมทางอีกด้วย





วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวต (สำคัญที่ความหมาย)

ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต
จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน
จงพูดกับคนที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากัน
จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน
เมื่อกล่าวคำว่า "ฉันรักเธอ" จงหมายความตามนั้นจริง ๆ
เมื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษ" จงสบตาเขาด้วย
ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงหมั้นเสียก่อนอย่างน้อย 6 เดือน
จงเชื่อในรักแรกพบ
อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไร
เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้ง และ ร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวดแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม
ในเหตุการณ์ขัดแย้ง โต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน
อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆ ของเขา
จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว
ถ้าถูกถามด้วยคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วถามกลับว่า จะรู้ไปทำไม
จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือความรัก และความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง
พูดว่า ขอพระคุ้มครอง เมื่อได้ยินใครจาม
เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย
จงจำ 3 R :- นับถือผู้อื่น-Respect others นับถือตนเอง- Respect yourself รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำResponsibilities

จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่
ทันทีที่รู้ตัวว่าทำผิด ลงมือแก้ไขทันที
จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ ผู้ฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา
จงหาโอกาสอยู่กับตัวเองบ้าง



ส่งต่อข้อความนี้ไป 4 คน ชีวิตของคุณจะดีขึ้น

5-9 คน ชีวิตคุณจะดีอย่างใจปรารถนา

9-14 คน คุณจะได้รับความประหลาดใจภายใน 3 สัปดาห์

15 คนขึ้นไปชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปทันทีและสิ่งที่คุณใฝ่ฝันจะก่อรูปก่อร่าง

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เคล็ดไม่ลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน.......

1. หวีผมบ่อยๆ: หวีผมเบาๆ บ่อยหน่อยช่วยให้ตาสว่าง และรากผมแข็งแรง (ใช้หวีซี่ห่างหน่อย แปรงเบาหน่อย เพื่อกันผมหลุด)

2. ถูใบหน้าบ่อยๆ: ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ 2 ข้างถู หน้าเบาๆ บ่อยหน่อยเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ใบหน้าเปล่งปลั่ง

3. เคลื่อนไหวดวงตาบ่อยๆ: ให้มองไกล-มองใกล้ มองข้างนอก-ข้างใน มองบน-มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง หรือจ้อง อะไรนานๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง

4. กระตุ้นใบหูบ่อยๆ: การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยหน่อย ช่วยบำรุงตานเถียน(จุดฝังเข็ม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เก็บพลังงานของร่างกาย (ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งเปิดทวารที่หู ทำให้แรงดี ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว

5. ขบฟันบ่อยๆ: ขบฟันเบาๆ บ่อยหน่อย(ไม่ใช่ขบแรงดังกรอดๆ) ช่วยให้ฟันแข็งแรง และกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

6. ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อยๆ: การใช้ปลายลิ้น กระตุ้นเพดานบนด้านหน้าเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลัง ลมปราณตู๋และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าร่างกาย ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ และน้ำลาย

7. กลืนน้ำลายบ่อยๆ: การกลืนน้ำลายบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร

8. หมั่นขับของเสีย: หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ กินอาหารที่มีเส้นใย ออกกำลัง เพื่อ ป้องกันท้องผูก เมื่อปวดปัสสาวะหรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็น การทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ และการดูดซึมสารพิษ ( กลับเข้าสู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่าย

9. ถูหรือนวดท้องบ่อยๆ: ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบาๆ เพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น

10. ขมิบก้นบ่อยๆ: การขมิบก้นบ่อยๆ ช่วยป้องกันริดสีดวงทวาร และท้องผูก

11. เคลื่อนไหวทุกข้อ: การอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ทำให้เกิดโรคได้ง่าย ควรเคลื่อน ไหวข้อต่างๆ ให้ครบทุกข้อทุกวัน ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุล เช่น การฝึกชี่กง ไท ้เก้ก โยคะ ฯลฯ

12. ถูผิวหนังบ่อยๆ: ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ มีส่วนช่วยให้ เลือดและพลังไหลเวียนดี

เรียนเชิญท่านผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดู เพื่อสุขภาพ พลัง และลมปราณที่ดีไป นานๆ

ขอขอบคุณบทความดีดีที่ได้รับจากเมล์ (۞✿ღ ธรรมะสวัสดี ღ✿۞)
เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทายนิสัยตามตำราของชาวจีน

ตามตำราของชาวจีนได้มีการบันทึก การดูบุคลิกของคนโดยการผายลม(ที่เราเรียกกันอีกอย่างว่า "ตด") เอาใว้มากมาย ไหนวันนี้ลองมาดูกันซิว่าเราเป็นคนประเภทใหนกัน
ทายนิสัยจากการ "ตด" ( อิอิอิ... )
01. คนใจเย็น - คนที่กลั้นตดจนถึงจุดละเบิด

02. คนขี้โอ่ - คนที่ตดดังสนั่นแล้วหัวเราะชอบใจ

03. คนไม่จริงใจ - คนที่ตดแล้วหันไปมองหน้าเด็ก

04. คนงก - คนที่ชอบยืนดมตดตัวเอง

05. คนโชคร้าย - คนที่ตดขณะเอามือตบโต๊ะไปด้วยแต่พลาดจังหวะ(ซวย)

06. คนซาดิสต์ - คนที่ตดในผ้าห่มแล้วกดหัวแฟนตัวเองดม

07. คนเจ้าเล่ห์ - คนที่ตดแล้วไอกระแอมเบาๆ

08. คนสุภาพ - คนที่กล่าวคำขอโทษ ก่อนและหลังการตด(ทั้งๆที่อยู่บ้านคนเดียว)

09. คนมั่งคง - คนที่ตดอย่างสม่ำเสมอ เป็นจังหวะและยาวนาน

10. คนอำมหิต - คนที่ตดไม่มีเสียง แต่โครตเหม็น

11. คนดีแต่พูด - คนที่ตดโครตดัง แต่ไม่มีกลิ่น(เน้นการใช้เสียงเพื่อขู่ศรัตรู)

12. คนหลายใจ - คนที่ตด ขี้ เยี่ยว ไปพร้อมๆกันในเวลาเดียวกัน(เหรือเรียกว่า ทวารสามัคคี)

13. คนใจบุญ - คนที่ตดอยู่เหนือลม

14. ผู้ดี - คนที่กลั้นตดใว้เป็นชั่งโมงเพื่อกลับไปตดที่บ้าน

15. นักวิทยาศาตร์ - คนที่ชอบวิเคราะห์กลิ่นตดว่าอาหารก่อนหน้านั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

16. แพทย์ - คนที่ล้างมือทั้งก่อนและหลังตด แล้วคุณหละเป็นคนแบบใหน?