แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อคิด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คนแบบไหนชอบหักอกคนอื่น

เรื่อง นอกอกนอกใจเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย เพราะอาการใจสะออน อ่อนแรง และไม่อยู่ กับเนื้อกับตัว แต่เบนทิศทางไปแสวงหาที่หมายใหม่นั้น...เป็นอะไรที่สังเกตดูดิ่ ว่าบางทีก็หาสาเหตุและเหตุผลได้ แต่หลายครั้งกลับค้นไม่เจอ เหมือนกันว่า...ทำไมต้อง "นอกใจ" กันด้วย

จึง สันนิษฐานได้อย่าง เอ๊ะแต่จริงๆ คิดได้หลายอย่าง ว่าการนอกใจน่ะ หากไม่เกิดจากความเบื่อหน่ายซึ่งกันและกันแล้วไซร้ อาจเกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพอเซ็งอีกข้างขึ้นมา ก็เอาแหละ ชิ่งหนีไปซบอกหรือกระแซะคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนตัวจริง, รึไม่งั้นก็ไปหาเศษหาเลยแต๊ะอั๋งเอ๊าะๆ ซะเลย เอ้าทำงี้ มันช่วยให้เลือดลมสูบฉีด แถมยังทำให้หัวใจพองโตด้วยนี่หว่า แล้วจะไม่ให้อยากไปจุ๋งจิ๋งกุ๋งกิ๋งและเกาะแกะกะคนอื่นได้ไง? แต่ที่เกริ่นมานี่ก็พูดเรื่องน้ำเน่าไปงั้น

ที่จริงน่ะอยากให้ทายกันมากกว่าว่า คนแบบไหนน้า...ที่จะทำให้ใจของท่านทั้งหลายแตกสลายเป็นเสี่ยงๆได้ ถ้าขืนไปคบกับคนอย่างงี้! โอ้โห อยากรู้กันแล้วใช่ปะ มามะ เริ่มกันที่ผู้มีพฤติกรรมเข้าข่ายต่อไปนี้ได้เลยเช่น

1. พวกที่ไม่มีเพื่อนซึ่งคบกันมาอย่างยาวนานไง
สังเกต ดูเด่ะ คนที่ไม่มีเพื่อนสนิทให้คบกันยืดยาวเลยสักคนน่ะ คนพรรค์นี้แหละมีสิทธิ์ทำคุณอกหักหรือมาหักอกคุณได้ ดังนั้น หากท่านใดบังเอิ๊ญ บังเอิญไปคบหาคนข้อนี้เป็นกิ๊กหรือแฟนเข้าละก็ มีโอกาสที่จะ ถูกเค้าทำให้เสียใจได้ ภายหลังน่ะเซ่ เฮ้อ แม้แต่เพื่อนสนิทเค้ายังไม่มีเล้ย แล้วนับประสาอะไรเค้าจะคบกับใครได้ยืด แถมบางคนน่ะแม้แต่ เพื่อนเฉยๆ ยังไม่มีด้วยซ้ำ แล้ว คนที่แม้แต่เพื่อนซึ่งไม่รู้ล่ะว่า เป็นคนเอาหรือไม่เอาเพื่อนเลยสักคนเดียว แบบนี้คิดเรอะว่า จะเป็นคนมีจิตใจอยากผูกสมัครรักใคร่กะใครแบบจริงจัง มั่นคง และรักแล้วรักเลย....คำตอบคือยาก หรือหากมีก็น้อยมาก

2. พวกจำแม่น แต่จำในสิ่งที่ไม่ควรจำเท่าไหร่นะ เพราะถ้าขี้ลืมสักนิดหรือตัดทิ้งข้อปลีกย่อยของความจำไปบ้าง ชีวิตคงดีกว่านี้แน่

อย่าว่าแต่นิสัยแบบนี้ผู้หญิงบางรายจะเป็นกันเลย แม้แต่ผู้ชายบางคนก็จู้จี้จุกจิก ขี้บ่นกันจะตาย

พวก นี้มักจำแต่สิ่งไม่ดีหรือเรื่องชั่วๆ ในอดีตของแฟนหรือคนใกล้ชิดเพื่อเอาไปปะทะคารมตอนไม่สบอารมณ์ คนใกล้ชิดไงเล่า! ส่วนสิ่งดีๆ ที่เคยมีต่อกัน..ไม่จำหรอก จำอยู่ได้ไอ้เรื่องที่เราอาจเคยพลาดพลั้งทำไม่ดีไปมั่ง ดังนั้น พอเค้าเกิดไม่พอใจขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะเรียบเรียงสิ่งเลวๆ ที่แฟนอย่างเราๆ เคยทำเอาไว้นั้นแหละนำมาฟาดฟันกันตอนมีปากเสียงกันน่ะซี (แต่ขออุบอิบก่อนว่า ข้อนี้ไม่นับคนที่โดนแฟนทำร้ายจิตใจเป็นประจำชนิดไอ้ฝ่ายนั้นมันชั่วจริงๆ หาดีไม่ได้เลย...นะ เพราะถ้าเจอคนอย่างนี้ หรือหลวมตัวไปเป็นแฟนกะคนไม่ดีเลยสักอย่าง ก็ควรเลิกกะมันไปตั้งนานแล้ว)


3. พวกอยากมีอะไรต่อมิอะไรเป็นส่วนตัวมากๆ จะได้โชว์เดี่ยวเยอะๆ
ทั้ง อยากมีเวลาเป็นของตัวเอง แล้วยังอยากมีพื้นที่ส่วนตัวสูงเป็นดับเบิลของชีวิตคนธรรมดา นี่ก็น่าเกรงขามนักล่ะ นัยว่า ที่เค้าต้องการมีสเปซหรือพื้นที่ส่วนตัวมาก เพราะอยากไปไหนไปได้ ไปแล้วไม่มีใครเกะกะ ไม่มีใครคอยเป็นตัวถ่วงให้เค้ารำคาญใจ หงุดหงิดหัวใจและรู้สึกว่า มีใครก็ไม่รุคอยขวางลูกตากูเอ๊ยตูอยู่ได้....งั้นก็อย่าไปตอแยกะเค้าเลย เตือนนี่ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะคุณก็จะเบื่อไอ้นี่ด้วยแหละ ไม่รู้คิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหน?

รู้ไว้เถอะ ว่าคนที่ทำให้ใจคุณเจ็บช้ำได้น่ะ เค้าจะดีกะคุณในช่วงแรกๆ เท่านั้นแหละ แต่หลังจากนั้น ก็คิดเอาเองละกันว่า เค้าจะตัดเยื่อไม่เหลือใยกะคุณยังไง? เอ...แต่ถ้าอยากเจ็บเพราะอีกฝ่ายใจร้ายละก็ เชิญเถอะฮ้า ถ้าไม่เคยจะลองดูก็ได้....อิอิ


4. พวกไม่คำนึงถึงจิตใจคนอื่น

เรียก พวกชาเย็น ใจดำและใจยักษ์ อะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนที่ไม่เคยคำนึงว่า คำพูดคำจาของตัวเค้าจะไปกระทบจิตใจอันอ่อนไหวของชาวบ้านชาวช่อง หรือใครๆจะสะดุ้งสะเทือนต่อคำพูดเห่ยๆ ของเค้ารึเปล่า? ก็คือคำจำกัดความของบุคคลในข้อนี้แหละ

ยิ่งหากคนคนนี้ ชอบปากเสีย หรือชอบพูดจาเสียดสี ซึ่งแสดงว่า ไม่ใช่คนมีความจริงใจกะคนอื่นเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่น่าคบมากเท่านั้น เพราะขืนรู้จักกันไปมากๆเข้า เค้าก็ยิ่งทำให้คุณผิดหวัง ผิดหวังและผิดหวังซ้ำซ้อนและลึกซึ้ง จนเจ็บลึกไปนาน...แต่คุณไม่เจ็บนานจริงๆหรอกใช่ม้า


5. พวกเวลาที่อยู่กะคุณมักใจลอยไปหาคนอื่น นี่ก็ใช่

แบบ แหม...พออยู่กะเรานะ ชอบทำใจหาย หรือเหม่อลอยไปไกลโยชน์บ่อยๆ ไงตัว ซึ่งที่จริงเค้าควรมีกะจิตกะใจอยู่กะเรามากกว่าเนอะ แต่ก็นั่นแหละ เค้าจะมีโฟกัสกะคุณเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น พอหลังจากนี้ เค้าก็ไม่สนแล้ว หันไปสนอย่างอื่นที่...

ก.เป็นสิ่งยั่วยวนจิตใจเค้าให้ไขว้เขวไปถึงไหนๆ ได้มากกว่าไม่ดีเรอะ หรือ ข.สิ่งยั่วยุใหม่ๆที่ทำให้เค้าอยากลิ้มลอง จนบางครั้งเค้าก็พลาดพลั้งจนไปเสียฟอร์มคนอื่นอีกที....555 สม...ไงล่ะ


6. พวกชอบจับผิด


ข้อ นี้แทบไม่ต้องอธิบาย เพราะพวกชอบจับผิด มักไม่เคยคิดว่าใครหน้าไหนถูกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เค้าจึงถูกตลอด ถูกเสมอ ถูกทุกเมื่อ...ไม่เบื่อที่จะเป็น "คนถูก" ซึ่งในทางตรงกันข้าม เค้าย่อมเห็นว่าคุณทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็ผิดอยู่นั่น ผิดแล้วผิดอีก แถมยังย้ำด้วยว่าคุณเป็นฝ่ายผิด ขนาดถ้าเผื่อคุยกันเรื่องเฮฮาในหมู่เพื่อนฝูงอยู่ดีๆ เค้ายังสามารถบอกได้เลยว่า คุณพูดผิด...เพราะเค้าเห็นว่าคุณผิด (แล้วเค้าถูก) นี่แหละ คุณกะเค้าถึงเข้ากันไม่ได้ แต่เค้าสามารถหักหาญน้ำใจของคุณได้...แล้วงี้จะอโหสิหรือจำไว้เอาคืนดีฮ้า?

11 ข้อคิดเกี่ยวกับเซ็กส์







การมีเพศสัมพันธ์ นอกจากเป็นวิถีทางธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์
ยังมีผลพลอยได้เกิดขึ้นตามมาอีกด้วย



ซึ่งนักวิชาการที่ช่างสรรหาเรื่องวิจัยระบุว่า ผลพลอยได้จากการมีเพศสัมพันธ์ สะท้อนออกมาทางกระบวนการทางชีววิทยา ถ้าใช้คำว่าผลพลอยได้ ก็ต้องมีความหมายในแง่บวก เช่น เซ็กส์ช่วยลดความอ้วน เซ็กส์ช่วยบำรุงความงาม ช่วยแก้ปวดหัวและอาการแพ้ ช่วยประหยัด…ไม่ต้องซื้อน้ำหอม เซ็กส์ทำให้ผมนุ่มเป็นเงางาม เป็นต้น ซึ่งเขารวมเรียกว่า คุณูปการของเซ็กส์ ไว้ดังนี้...


1. เซ็กส์คือการบำรุงความงาม การทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าขณะผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์ เธอจะหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมาปริมาณมาก ซึ่งทำให้เส้นผมเป็นเงางามและผิวพรรณนุ่มนวล

2. เพศสัมพันธ์ที่อ่อนโยนและผ่อนคลาย ช่วยลดการอักเสบทางผิวหนัง เช่น สิวและผื่นต่าง ๆ เหงื่อที่ไหลออกมาเป็นตัวชะล้างรูขุมขน ทำให้ผิวผ่องใส

3. เพศสัมพันธ์ช่วยเผาผลาญแคลอรี ที่คุณกินเข้าไปช่วงมื้อค่ำอันโรแมนติก

4. เซ็กส์คือการออกกำลังกายที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งช่วยยืดเส้นยืดสายและทำให้กล้ามเนื้อตึงในทุก ๆ ส่วนของร่างกาย อีกทั้งน่าสนุกกว่าจ๊อกกิ้งหรือว่ายน้ำสัก 20 เที่ยวเป็นไหน ๆ แถมยังไม่ต้องใช้รองเท้ากีฬาแพงๆ

5. เซ็กส์ช่วยลดความตึงเครียดได้ดียิ่ง กิจกรรมทางเพศช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ในกระแสเลือดทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

6. มีเซ็กส์บ่อยๆ คุณยิ่งได้รับสารเคมีที่ชื่อ ฟีโรโมนส์ (Pheromones) มากยิ่งขึ้น

7. กลิ่นตัวที่ถูกขับออกมา ขณะมีความต้องการทางเพศ เป็น "น้ำหอม" ที่ช่วยกระตุ้นให้เพศตรงข้ามคึกคักได้อย่างเหลือเชื่อ

8. จูบกันทุกวันลดอาการฟันผุ การจูบกระตุ้นน้ำลายให้ขับน้ำลายออกมา จึงช่วยชะล้างฟันของคุณให้สะอาด

9. เซ็กซ์แก้ปวดหัว ตลอดกระบวนการทางเพศจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดซึ่งไปปิดกั้นหลอดเลือดในสมองไว้

10. ร่วมเพศบ่อย ๆ ช่วยแก้อาการคัดจมูก เพราะเซ็กส์เป็นยาแอนตี้ฮิสตามีนจากธรรมชาติ แก้อาการแพ้ฝุ่นแพ้ละอองได้ดี

11. เซ็กส์จะเป็นยานอนหลับที่มีประสิทธิภาพดีกว่า แวเลี่ยม (Valium) หลายเท่า ถ้าคุณสามารถ มีเซ็กส์เกิน 5 ครั้งในหนึ่งคืน (ถ้าไม่สามารถ ห้ามทำเด็ดขาด)


เพื่อ ให้ได้สิ่งที่เรียกว่า "ผลพลอยได้" จึงต้องมีเซ็กส์ตามสมควร อย่าถึงกับต้องหักโหม เพราะนั่นจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าโชคดีในเรื่องเพศ


วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

ทะเลาะอย่างไรไม่ให้แตกหัก





ช่วย ไม่ได้นี่นา บางครั้งก็โมโหจนอยากกรี๊ดให้บ้านกระเจิง เก็บกดอัดไว้ในอกเพราะต้องการรักษาน้ำใจอีกฝ่ายมาก็มาก คราวนี้ทนไม่ไหวจริงๆ ขอเปิดศึกสักตั้ง แต่เพื่อไม่ให้ถึงขั้นแตกหัก ควรดำเนินการอย่างชาญฉลาดเพื่อให้ความสัมพันธ์ยืนยาวต่อไป

เคารพซึ่งกันและกัน
ขั้น แรกของการราวีกันอย่างได้ผลคือ ต้องทะเลาะแบบให้เกียรติกัน ไม่ใช่ขุดโคตรเหง้าวงศ์ตระกูลสาวไส้กันถึงบรรพบุรุษเจ็ดชั่วโคตร หลีกเลี่ยงการดูถูกดูแคลน การดุด่าว่ากล่าวตำหนิติเตียน หรือการทำให้อีกฝ่ายอับอายขายหน้าประชาชี เพราะการฟาดฟันกันตัวต่อตัวแบบนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายย่อยยับ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น และห่างไกลจากคำว่าติเพื่อก่อหลายร้อยโยชน์

แทน ที่จะกล่าวประนามสาดเสียเทเสีย สู้หาเรื่องยกยอสรรเสริญเวลาเขาทำดีจะสวยกว่า เช่น เวลาเขามาสาย ทั้งที่เราอยากจิกกัดเขาให้สาแก่ใจ เราควรระงับอกระงับใจ แล้วเอ่ยชมอย่างปลาบปลื้มเวลาเขามาตรงเวลา กลเม็ดแบบนี้จะช่วยให้เขาชอบมาทันเวลาเพราะอยากได้คำชม แทนที่จะฝืนใจมาให้ทันเพราะกลัวถูกด่า

พูดให้ตรงจุดอย่าเลื่อนเปื้อนไปเรื่องอื่น
ตอน แรกก็พูดกันดีๆ ไปๆมาๆชักเครื่องร้อน เพราะเริ่มเอ่ยประโยคต้องห้ามอย่างเช่น “คุณไม่เคยอย่างโน้น…..อย่างนี้” ประโยคแบบนี้มีแต่พาให้บรรยากาศตึงเครียดเปล่าๆ เคล็ดลับมีง่ายๆ เหนือสิ่งอื่นใด ควรระลึกเอาไว้ให้ขึ้นใจว่า อดีตก็ควรทิ้งไว้ในอดีต อย่าเอามามั่วกับปัจจุบัน ทันทีที่เริ่มเปิดศึกก็ควรจดจ่ออยู่แต่เหตุการณ์เฉพาะหน้าและเรื่องที่ ตั้งใจสะสางเท่านั้น ห้ามเผลอเจาะเวลาหาอดีตให้บรรยากาศลุกลามใหญ่โตเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ การถกกันหลายหัวข้อ รังแต่จะฉุดให้เราออกนอกลู่นอกทาง ไกลจากหนทางแก้ปัญหาจนกู่ไม่กลับ

ตั้งกฎ
การตั้งกฎหรือ ตั้งขอบเขตเป็นการดับไฟแต่ต้นลม ช่วยให้เรื่องราวไม่ลุกลาม บางคู่ตั้งกฎไว้น่ารัก อย่างเช่น ทุกครั้งที่ร่ำๆจะทะเลาะกันก็จะออกไปเดินเล่นด้วยกัน หรือใช้วิธีหลีกลี้หนีหน้ากันไปสักชั่วโมงสองชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาเจอหน้ากันเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์ค่อยลดความระอุลงแล้ว ลองคิดหาวิธีดูก็แล้วกัน รักชอบแบบไหนเลือกดู ขอรับรองว่าเคล็ดลับนี้ไม่มีอันตรายใดๆทั้งสิ้น

ควบคุมความโกรธ
ต้อง ยอมรับว่า เราทุกคนมิใช่นางฟ้านางสวรรค์ หรือนางเอกละครบางช่องที่ไม่เค้ยไม่เคยแสดงอารมณ์โกรธ เอาแต่สะอื้นฮักๆ ร่ำไห้กระซิกๆ เราคือปุถุชนคนธรรมดาที่บางครั้งเผลอน็อตหลุด หมดความอดทนจนระเบิดอารมณ์เข้าใส่กัน หากศึกครั้งนี้เริ่มด้วยการตะเบ็งเสียงว้ากเข้าใส่กัน คงต้องท่องเอาไว้ในใจว่า ให้รีบปลีกวิเวกหามุมสงบ ก่อนที่จะเผลอพูดสิ่งที่ทำให้เสียใจในภายหลัง แล้วค่อยกลับมาเจอหน้ากันใหม่ โปรดจำเอาไว้ว่า สิ่งที่ตามมาหลังเสียงกรี๊ดคือตัวการสร้างความเจ็บช้ำให้ทุกฝ่าย

9 เทคนิครู้ทันจอมโกหก





ผู้ชาย ของคุณบางครั้งก็ไม่รู้ตัวว่า ท่าทางหรือกิริยาบางอย่างของเขากำลังเผยพิรุธให้สาว ๆ ขับโกหกได้มากเพียงใด เพราะบางครั้งสาว ๆ เองก็ไม่ทันได้สังเกต

ดังนั้นวันนี้มี 9 เทคนิคง่าย ๆ มาฝากสำหรับการจับสังเกตอาการโกหกของผู้ชายของคุณมาฝาก

ข้อที่ 1 สังเกตที่ขาของเขาดี ๆ ยางทีอาจมีความลับอะไรซ่อนอยู่

ดูให้ดีว่า ระหว่างที่คุณกัน หาก หนุ่ม ๆ ของคุณนำขาไปไขว้ไว้ด้านหลังหรือรอบ ๆ เก้าอี้ที่นั่งอยู่ นั่นแสดงว่าหนุ่ม ๆ ของคุณกำลังตั้งใจหรือมีวัตถุประสงค์จะเก็บซ่อนอะไรบางอย่างไว้ โดยเฉพาะความจริง

ข้อที่ 2 การนิ่งเงียบ

เมื่อ ไหร่ก็ตามที่คุณถามคำถามที่แสนจะธรรมดา หรือถามอะไรตรง ๆ บางอย่างกับเขา เช่น "เมื่อคืนคุณไปไหนมา" หรือ "คุณกำลังโกหกอะไรฉันอยู่" ถ้าเขาเลือกที่จะเงียบหรือเลือกที่จะทวนคำถามอีกครั้งหนึ่งก่อนตอบ นั่นแสดงว่าเขากำลังมีสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น

ข้อที่ 3 นิ้วหันแม่มือ หรือนิ้วโป้งจอมทรยศ


ถ้าเขายืนอยู่ในท่าที่เอาฝ่ามือซุกกระเป๋าแล้วหล่ะก็ ให้คุณสังเกตก่อนเลยว่า นิ้วหัวแม่มือของเขาอยู่ด้านในหรือด้านนอกกระเป๋า ถ้าอยู่ด้านใน นั่นแสดงว่าเขากำลังรู้สึกตะหนกกับอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วหล่ะว่าจะตีความว่าเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น

ข้อ 4 เขาไม่สามารถโกหกได้หากต้องลำดับเหตุการณ์แบบย้อนหลัง

ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังเผชิญกับคนที่เล่าเรื่องให้คุณฟังแบบมีท่าทีน่าสงสัย ให้คุณพยายามถามคำถามกดดันเขาเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นแบบไม่เรียบลำดับเหตุการณ์ หรือสับไปสับมาจากหน้าไปหลัง เพราะสำหรับคนที่พูดโกหกนั้นจะสามารถเล่าเรื่องตามลำดับ a b c d ได้เป็นอย่างดีไม่ติดขัด แต่ถ้าให้โกหกแบบ d c b a คงเป็นไปไม่ได้เลย




ข้อ 5 อาการยักไหล่

ถ้า หนุ่ม ๆ กำลังพูดถึงบางสิ่งบางอย่างที่ดูหนักแน่น จริงจัง เช่น “ผมอยู่กับเพื่อนของผมเมื่อคืนนี้” พร้อมกับยักไหล่ไม่ว่าจะข้างนึงหรือสองข้าง แล้วมองไปทางอื่น กิริยาท่าทางแบบนี้เป็นการบ่งบอกว่าเขารู้สึกไม่รับรู้หรือให้คำมั่นกับสิ่ง ที่พูดไป

ข้อ 6 คำว่า “แต่” เกิดขึ้นมากมายระหว่างการสนทนาของเรา


ลองดูประโยคเหล่านี้ “ผมรู้ว่าคุณคงคิดว่าเป็นเรื่องแปลก แต่...” หรือ “คุณต้องไม่เชื่อแน่ว่าจะเกิดสิ่งนี้ แต่...” ขอให้รู้ว่าคำพูดใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เป็นการโกหกคำโต

ข้อ 7 ลิ้นไม่สามารถอำพรางคำโกหก

ถ้า คุณถามคำถามบางข้อกับใครบางคน แล้วทันใดนั้นเขาก็ตวัดลิ้น หรือเลียริมฝีปากก่อนตอบ นั่นแสดงว่าเขากำลังพยายามหาทางหลีกเลี่ยงการตอบคำถามนั้น

ข้อ 8 เขาพยายามจ้องตาคุณ
มากจนผิดสังเกต

บาง ครั้งคนโกหกก็มักจงใจที่จะจ้องตาคุณในระหว่างตอบคำถามเพื่อแสดงถึงความจริง ใจและความบริสุทธิ์ใจในการตอบคำถาม ดังนั้น คุณต้องพยายามพิสูจน์และหาให้ได้ว่าเขาไม่ได้โกหก

ข้อ 9 การใช้มืออำพราง


ส่วนใหญ่คนที่โกหกมักไม่ต้องการให้คุณตรวจพบความผิดปกติในตัวเขาได้ชัดเจน ดังนั้นเขาจะใช้วิธีเอามือมาปกปิดใบหน้า เช่น จับจมูก ขยี้ตา หรือจับคาง ทั้งนี้เพื่อต้องการบิดเบือนคำพูดที่ออกมาปากของเขา

แฟนเก่า คือ ......

แฟนเก่าคือ คนที่ในอตีดเค้าคือ นางฟ้า/ฮีโร่ ในใจคุณ
แต่ปัจจุบันเค้าคือ นางปีศาสร้าย/นายยมฑูต

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าเค้าน่ารักที่สุด(ในสายตาคุณ)
แต่ปัจจุบันเค้าคือ...(แล้วแต่จะคิดค่ะ)ทั้งๆที่หน้าตาก้อไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยอยากเห็นหน้าเค้ามากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่คุณเห็นหน้าแล้วอยากจะเดินเข้าไปตบ/ต่อยซักที

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดถึงมากที่สุด
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ใครพูดถึงให้คุณได้ยินแล้วอยากจะเดินข้าไปด่า

แฟนเก่าคือ คนที่เคยสอนให้คุณรู้จักคำว่ารัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่สอนให้คุณรู้จักคำว่าเกลียด

แฟนเก่าคือ คนที่เวลาหนังเข้าคุณจะนึกถึงเค้าเป็นคนแรก
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำให้คุณไม่อยากดูภาคต่อไปของหนังเรื่องนั้น

แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณมองโลกสดใส(สีชมพู)
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำให้คุณฟังเพลงอกหักได้เพราะขึ้น

แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณอยากไปโรงเรียน(อยากเจอกันทุกวัน)
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่ทำให้คุณไม่อยากไปโรงเรียน(ไม่อยากเจอหน้ามัน)

แฟนเก่าคือ คนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเข้าใจกันและกัน
แต่ปัจจุบันเค้าคือคนที่สอนให้คุณเข้าใจสัจธรรมของคำว่าเลิกลา

แฟนเก่าคือ คนที่เคยเป็น "แฟนฉัน"
แต่ปัจจุบันเค้าคือ "แฟนคนอื่น"

แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณหัวเราะได้
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คุณที่ทำให้คุณรู้จักคำว่า 'เหงา'

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยรัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยรักมันไปได้ยังไง' (เห็นธาตุแท้)

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยคิดว่าอยากอยู่ด้วยกันตลอดไป
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณคิดว่า 'เคยอยู่กับมันไปได้ยังไง' (เบื่อหน้ามัน)

แฟนเก่าคือ คนที่ทำให้คุณมีความสุขกับความรัก
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่ทำให้คุณเข็ดกับการมีความรัก/หาใหม่ให้ได้ดีกว่านี้

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยเบื่อที่จะตอบคำถาม ไปไหนมา ไปกับใคร ไปที่ไหน ไปทำไม
แต่ปัจจุบันเค้าคือ คนที่คุณรอคอยว่าสักวันเค้าจะกลับมา

แฟนเก่าคือ คนที่คุณเคยพูดถึงเสมอว่า เบื่อ
แต่ปัจจุบันถ้าคุณยังพูดถึงเค้าเสมอนั้นหมายถึงว่า คุณยังลืมเค้าไม่ลง

และสุดท้ายถ้าคุณเข้ามาอ่านบทความ 'แฟนเก่า' นี้นั้นแสดงว่าคุณ ยังคิดถึงเค้าอยู่


ปล. แฟนเก่าคือคนที่สอนให้คุณเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกันปากก็บอกว่าเกลียดๆทั้งที่ในใจอาจจะ
ยังรักเค้าอยู่

2 คำที่มีความหมาย..

หนึ่งคำ.....มาจากความรู้สึกทั้งหมดที่มี...
อีกหนึ่งคำ....มาจากความรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำ...

"รัก"
คำนี้จะมากด้วยความหมาย...
...ถ้าออกมาจาก"หัวใจ"จริง-จริง
เอ่ยคำ-คำนี้ ให้คนของใจ มากแค่ไหนกัน?
บางคนเก็บไว้.....ทั้ง-ทั้ง ที่อีกฝ่ายต้องการที่จะได้ยิน...
บางคนบอกบ่อยเกินไป....จนอีกฝ่ายรู้สึกว่าง่ายเกินไป...

บอกรักแค่ไหนกัน ถึงจะพอดี...
คิดว่า.....คงต้องดู"คนของใจ"เป็นสำคัญ
ความใส่ใจในตัวเขาทั้งการกระทำและความรู้สึก...
....จะทำให้เรารู้จักเขาเป็นอย่างดี
และก็จะรู้ว่าเราควรจะบอกรักได้บ่อยมากแค่ไหน

บางทีความใส่ใจเล็ก-เล็ก...น้อย-น้อย
....ที่หลาย-หลายคนมองข้ามไป.....
อาจกลายเป็นส่วนหนึ่ง...ที่ทำให้เขาประทับใจในตัวเรา
...แบบไม่มีวันลืมก็ได้.....


"ขอโทษ"
คำนี้เป็นคำที่สามารถสานสายสัมพันธ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์...
ไม่เข้าใจกัน..........ขอโทษเพื่อปรับความเข้าใจกัน
เข้าใจผิดกัน.........ขอโทษพร้อมคำอธิบาย
แต่เช่นกันกับคำว่ารัก....
ถ้าออกมาจาก"หัวใจ" จริง-จริง...
ถ้าไม่บอกบ่อยครั้ง....จนเกินความพอดี...
ถ้าไม่เคยเอ่ยออกมาเลย.....เพราะทิฐิที่มี....

ฉันรู้แต่ว่า.....ถ้าฉันทำให้เขาโกรธ...
ฉันจะขอโทษ.....และอธิบายให้เข้าใจ
ฉันจะพูดเพื่อความเข้าใจกัน....
ฉันจะพูดเพื่อความรักของเรา....

กว่าเราจะคบกันมาได้นานและรักกันได้อย่างนี้....
ถ้าต้องจบลงเพราะเรื่องเดิม-เดิม แต่ละเลยที่จะปรับความเข้าใจกัน....
คงต้องถามตัวเองแล้วว่า.....
นี่เราไม่ได้รักเขาเหรอ.....
นี่เราไม่ได้ใส่ใจความรักของเราเหรอ....
เพียงแต่พูดคำว่า"ขอโทษ"พร้อมกับ"คำอธิบาย"....ไม่กี่ประโยค
ทำไม่ได้เหรอไง...

ความผิดที่ดูว่ามากมาย.....และเราก็รู้สึกผิดมากเช่นกันนั้น
บางครั้งก็สามารถแก้ได้ด้วยคำว่า"ขอโทษ"เพียงคำเดียว....

ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่าจะใช้คำว่า"รัก..." และ "ขอโทษ...."
ให้มากค่าแค่ไหน.........ระหว่างใจ 2 ใจ....
ให้บ่อยครั้งมากแค่ไหน....ในช่วงเวลาที่คบกัน
แต่เชื่อเถอะว่า.....คำ 2 คำ นี้....
ให้ผลทางบวกระหว่างคน 2 คน ได้เป็นอย่างดี....

ข้อดีของความทุกข์

1.ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น
2.ทำให้รู้ถึงค่าของความสุข
3.ทำให้เรามีความสามารถมากขึ้น
4.ทำให้เรามีสิ่งที่ต้องทำ(ทำเพื่อให้หายทุกข์ )
5.ทำให้เรามีประสบการณ์ในการแก้ปัญหามากขึ้น
6.ทำให้เรามีความอดทนมากขึ้น
7.ทำให้ความสุขมีค่ามากขึ้น
8.ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น
9.ทำให้เรามองโลกกว้างมากขึ้น
10.ทำให้เราเห็นได้ว่าใครคือคนที่เป็นที่พึ่งยามยากของเรา
11.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่ห่วงเรา
12.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เป็นมิตรแท้ของเรา
13.ทำให้รู้ได้ว่าเพื่อนของเรามีความสามารถแค่ไหน
14.ทำให้เรารู้ว่าใครมีความสามารถขนาดไหน
15.ทำให้เรารู้ได้ว่ามีคนไหนที่รักเราจริง
16.ทำให้เรารู้ว่าการหัวเราะเป็นสิ่งจำเป็น
17.ทำให้เราพยายามที่จะมองโลกในแง่ดีมากขึ้น
18.ทำให้เรามาค้นหาข้อดีของความทุกข์


ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น

หากลดบางอย่างให้น้อยลง คุณอาจได้บางสิ่งกลับมามากขึ้น

~* ลดลงแต่กลับได้มากขึ้น *~
หากลดบางอย่างให้น้อยลง คุณอาจได้บางสิ่งกลับมามากขึ้น

- ลดความโกรธให้น้อยลง ผมได้สติกลับมามากขึ้น
- ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง ผมได้เงินเก็บมากขึ้น
- ลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง ผมได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น
- ลดการพูดให้น้อยลง ผมทำหลายอย่างได้มากขึ้น
- คิดถึงคนที่ผมรักให้น้อยลง ผมเข้าใจคนที่ผมรักได้มากขึ้น
- รักตัวเองให้น้อยลง คนอื่นรักผมมากขึ้น
- พูดให้ร้ายคนอื่นน้อยลง มีคนพูดถึงผมในแง่ดีมากขึ้น
- แสดงความฉลาดให้น้อยลง ผมได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น
- ออกนอกบ้านให้น้อยลง ผมได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น
- นอนให้น้อยลง ผมทำหลายอย่างได้มากขึ้น
- คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง ผมยิ้มได้มากขึ้น
- ลดความอายให้น้อยลง ผมได้ความกล้ามากขึ้น
- ดูละครน้อยลง ผมอ่านหนังสือได้มากขึ้น
- ผมวิ่งให้ช้าลง ผมมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น
- เชื่อให้น้อยลง ผมมองเห็นอะไรได้มากขึ้น
- ลดทิฐิให้น้อยลง ผมรู้จักอภัยมากขึ้น
- กระโดดให้น้อยลง ผมเดินได้มั่นคงมากขึ้น
- กินให้น้อยลง ผมอิ่มได้มากขึ้น
- ก้มหน้าให้น้อยลง ผมมองเห็นได้ไกลขึ้น
- พักเหนื่อยให้น้อยลง ผมรู้จักความสบายมากขึ้น
- เห็นแก่ตัวให้น้อยลง มีคนรอดชีวิตมากขึ้น
- แบกของหนักให้น้อยลง ชีวิตผมเบามากขึ้น
- ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง ผมโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
- ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง ผมได้รับการเอ็นดูมากขึ้น
- เป่าลมออกให้น้อยลง ผมสูดลมเข้าได้มากขึ้น
- แอบฟังให้น้อยลง ผมได้ยินอะไรมากขึ้น
- ผมคิดคำถามให้น้อยลง ผมเห็นคำตอบมากขึ้น

. . . . . . . . . แล้วคุณลดอะไรบ้างแล้วละ . . . . . . . . .



ทำไมหมื่นตา ถึงมีตาเดียว


เมื่อสิ้นหวัง


หมื่นตามีตาเดียว

ขอขอบคุณเรื่องและภาพวาดโดย กะก๋า ศิษย์เจ้าแม่ตะเพียนทองคะนองเดช
เรื่องและภาพโดย ก๋าศักดิ์ ศิษย์ครูคะนอง


หลายครั้งที่เราได้อ่านและนำเสนอบทความ ข้อคิดดีๆ จากหมื่นตา แต่ก็แอบสงสัยว่าเหตุใดหมื่นตาจึงมีตาเพียงตาเดียว แล้วทำไมจึงตั้งชื่อว่า "หมื่นตา" วันนี้ หมื่นตา ได้ไขข้อข้องใจนั้นว่าเป็นเพราะดวงตาหนึ่งเดียวที่มีนั้นมิได้ต้องการสื่อ แทนดวงตาถึงหมื่นที่รู้เยอะ เห็นเยอะ รับข่าวสารเยอะ หรือประจักษ์เรื่องราวต่างๆ ได้ดีกว่าคนอื่น...

หากแต่ดวงตาหนึ่งเดียวของหมื่นตานั้น...มีไว้เพียงเพื่อย้อนดูตัวเอง และย้ำให้เรารู้ว่าไม่ว่าจะรับรู้สิ่งใด มากมายขนาดไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่เรารู้จักตัวของเราเอง


หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

วิธีแก้...... งอน

เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ
ยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษา
และไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย

ผู้ป่วยมีอาการหน้างอ และบางรายที่อาหารหนัก
จะมีอาการหน้าดำแทรกซ้อนด้วย
หูแข็ง ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด
ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม
โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น
ผู้ป่วยที่อาการหนัก อาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ



@ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น @

ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน
ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ
ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก
จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้

สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก
ผู้ง้อควรได้รับการฝึกสอน และเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ
เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย
ต้องการความเอาใจใส่

หลังได้รับการรักษา ผู้ป่วยที่หายแล้ว
ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา
ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรัก และความเข้าใจ
หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่
อาการงอนจะกำเริบ




* หมายเหตุ

พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก
สำหรับผู้ไม่สวย และไม่น่ารัก
จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ
จะปล่อยไปตามยถากรรม
ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
จนกว่าอาการจะหาย หรือตายไปเอง...

หนุ่มเข็ดสาว เพราะอะไรน้อ






ขณะ ที่สาวๆ อึ้งกิมกี่กับนิสัยไม่ชอบมาพากลบางอย่างของผู้ชาย แต่หนูรู้มะว่า หนุ่มๆก็ระอาและอ่อนใจกับพฤติกรรมประหลาดแหวกตลาดของสาวๆเหมียนกัน เพราะมนุษย์ย่อมมีนิสัยและการกระทำทั้งแสนดีและน่าหมั่นไส้ทุกคนนี่นา แต่ใครจะมีด้านไหนมากหรือน้อยก็ตัวใครตัวมันละกันนะ หากมีพฤติกรรมเพี้ยนๆ แต่กระเดียดไปทางน่ารักและยังน่าคบอยู่ก็แล้วไป ขืนเพี้ยนหนักเกินไป ฝ่ายชายก็อดตะลึงตึงตังกับพฤติกรรมของสาวเจ้าไม่ได้เช่นกัน ว่ามะ




งั้นมาดูกันว่า มีนิสัยและพฤติกรรมของสาวๆตรงไหนบ้าง ที่หนุ่มแอบเห็น แล้วอดเอือมระอาปนเวทนาไม่ได้ ซึ่งหากเค้าเล็งจะจีบคุณ ก็อาจเลิกความตั้งใจไปเลยก็ได้ โอ้โห ฟังแล้วแทบจับไข้มะ พฤติกรรมน่าหน่าย อย่างเช่น...


1. งมงายกับเรื่องไร้สาระ ควรถอยห่างมากกว่าอยู่ใกล้นะ

ถ้า ชื่นชอบการดูหมอยังไม่เท่าไหร่ ถือเป็นความอยากรู้อยากเห็นชนิดนึง แถมยังชวนให้เพลิด เพลินเจริญใจด้วยแต่หากสาวคนนั้นดันเป็นสาวกของลัทธิพิสดาร จนหลงเชื่องมงายและคลั่งไคล้เข้าอย่างจังประหนึ่งว่าลัทธินี้สอนให้หล่อน ดำเนินชีวิตผิดแผกแตกต่างไปจากคนธรรมดาเข้าละก็ ต๊ายตาย คิดดูสิฮ้า ว่าหนุ่มคนไหนอยากเข้าใกล้ ผู้หญิงเพี้ยนๆ แถมอารมณ์แปรปรวนฟะ แม้ลัทธิอะไรเนี่ยจะสอนให้เป็นคนดีก็เถอะ แต่ไหงเธอดันทำตัวคล้ายแม่มดวูดูไปซะได้ก็ไม่รุ ขนาดแค่เดินผ่านยังรู้ว่ายายนี่มีรังสีอำมหิตแฝงอยู่ แล้วน่าชวนให้เข้าใกล้รึ บอกหน่อยเด๊ะ


2. หลุดปากพูดคำหยาบออกมา

ถ้า หล่อนพูดคำหยาบในหมู่เพื่อนฝูงก็ไม่ เป็นไร แต่หากหล่อนใช้ “คำพูดแบบเป็นกันเองนี้” กับหนุ่มที่เป็นแฟนบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัยละก็ เฮ้อ! มีสิทธิ์ทำให้ฝ่ายที่ฟังปวดหูและขัดเคืองใจเอานะยะ เพราะถ้าสาวๆ อยากมีแฟนที่ไม่หยาบกระด้างเกินไป ผู้ชายก็มีสิทธิ์อยากอยู่ใกล้สาวที่พูดเพราะๆ และไม่ทำให้เค้าแสลงหูมั่งละว้า แม้บางคนอยากมีแฟนเป็นเพื่อนก็เหอะ แต่ไม่ได้อยากให้แฟนมาพูดจาสมัยพ่อขุนหรือฉิบหง ฉิบหาย แบบที่เพื่อนพูดกันซะหน่อย ระวังนะ ขืนพูดฉิบ....บ่อยๆ เดี๋ยวได้เดือดร้อนไปถึงชีวิตรักด้วยหรอก งั้นพูดอะไรที่ฟังแล้วน่าเอ็นดูดีกว่าเนาะ


3. หวังตักตวงเงินทองของเค้า เพราะนึกว่ากระเป๋าของเค้าเป็นกระเป๋าของหล่อนไปซะนี่ ทั้งที่เค้าไม่เคยตกลงด้วยซะหน่อย

แล้ว เรื่องเงินทองน่ะไม่เข้าใครออกใครก็รู้กันอยู่แล้ว ต่อให้ชายพยายามทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มแค่ไหน ก็ใช่ว่า ฝ่ายหญิงจะเข้าไปก้าวก่ายเงินทองของเค้าทุกบาททุกสตางค์ได้นะ หนุ่มยุคนี้น่ะ ไม่อยากให้แฟนของตัวอยู่บ้านเฉยๆ แล้วรอเงินจากเค้าเพียงฝ่ายเดียวหรอก เพราะผู้ชายทุกคนไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดนี่หว่า เห็นมะแม้แต่บรรดาไฮโซยังสอนให้ลูกทำงานทำการ ไม่ใช่ เอาแต่นั่งกินนอนกินมรดกไปวันๆ แหม้...เห็นเค้าเป็นตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ไปได้ เออ ถ้าสาวคนนั้นยังเอ๊าะๆอยู่ แล้วให้เสี่ยเลี้ยงก็ว่าไปอย่าง แต่หากวันใดไม่เอ๊าะแล้วจะรู้สึก!


4. ขืนเชี่ยวชาญเรื่องทางเพศ ก็รับไม่ได้

ตอน ไม่ได้ชวนกันไปเริงรัก เค้าอาจยังเห็นหล่อนเป็นสาวหงิมๆ ติ๋มๆ อยู่เลย แต่พอชวนกันไปเอ็กเซอร์ไซส์ในที่ลับตาละก็ อู้ย...หล่อนจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยเชียว ทำหยั่งกะว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญในลีลาร้อนรักซะเต็มประดา โอ้โห ขืนเจอแบบนี้ หนุ่มๆคงอดคิดไม่ได้แหงๆ ว่าหล่อนผ่านมือชายมากี่คนแล้ววะเนี่ย? ถึงได้คล่องแคล่วกับงานบนเตียงอย่าให้เซด เพราะผู้ชายน่ะ ยังไงก็ยังอยากมีแฟนเป็นสาวพรหมจรรย์ หรืออย่างน้อย ก็ไม่ควรเร่าร้อนกับเรื่องเอ็กซ์ๆ เซ็กซ์ๆ เกินกว่าที่เค้าจะรับไหวอ่ะดิ่


5. เห็นเค้าเป็นตัวตลก จึงชอบแกล้งให้ หน้าแหกบ่อยๆ

สาว บางรายที่สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง เวลามีผู้ชายมาจีบนะ ถ้าหล่อนไม่ชอบ ก็จะทำเป็นไม่สน ซึ่งตรงนี้ว่ากันไม่ได้ ในเมื่อไม่ถูกใจ จะชิ่งหนีซะอย่างก็ทำได้อยู่แล้ว แต่หากหล่อนยังแกล้งทำเป็นเออออห่อหมกกับเค้า เพื่อทำให้เค้าดูเป็นตัวตลกในหมู่ เพื่อนๆของเธอ ด้วยการใช้ให้ทำนู่น ทำนี่ให้หล่อนเสมอ แต่ไม่เคยขอบคุณเค้าสักคำ เอ้า ก็อยากมาชอบชั้นเองนี่หว่า...ก็เว่อร์ไปนะตัว โถ หากไม่รักไม่ว่า แต่ไม่ต้องไปลวงเค้าให้หลงผิด ได้ปะ มันเจ็บกระดองใจนะฮับ มาโดนมั่งมะ


6. ชอบตั้งวงซุบซิบนินทา ปากอยู่ไม่สุขนั่นแหละจ้ะ

ข้อ นี้ใช่ว่า ผู้ชายบางคนจะไม่ชอบนะ ที่จริงก็ชอบฟังเรื่องซุบซิบเช่นกัน แต่ให้ไปนั่งเม้าท์กับเพื่อนหญิงของหล่อนทุกครั้งที่พวกเธอมาเจอกันคงเป็นไป ไม่ได้ เพราะเค้าอยากจับกลุ่มนินทากับเพื่อนเพศเดียวกันมากกว่าไง...เอ้ย เพราะหนุ่มบางคนไม่สนเรื่องซุบซิบนินทาเอาซะเลยน่ะซี ดังนั้น ผู้ชายส่วนใหญ่จึงมองว่า ควรเอาเวลาของการซุบซิบนินทาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย? อ้อ ขอประท้วงค่ะท่านประธาน เพราะสาวๆที่ไม่ชอบนินทาชาวบ้านก็มี นินทาไปก็เสียเวลาเปล่าๆ สู้อ่านหรือติดตามรายการทีวีเอาก็ได้ มีคนป้อนให้ถึงบ้านแล้ว ได้หูผึ่งและตาโตเป็นไข่ห่านคราวนี้แหละ


7. ขี้หึงเกินลิมิต

ใคร ไม่รู้มั่งเหรอว่าผู้ชายน่ะเจ้าชู้ ถ้าเค้าไม่ชอบให้สาวๆทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของก็อย่าไปทำให้เค้าอึดอัดเลย ทางที่ดีอย่าทำให้เค้าหึงหล่อนจะดีกว่านะ เพราะเห็นหนุ่มๆ หึงแรงกว่าผู้หญิงตั้งแยะ ที่จริงเห็นใจคนมีแฟนแหละ ว่าอดจะแสดงความห่วงหวงหวานใจของตัวไม่ได้ งั้นหึงได้แต่พอเป็นพิธี เพราะความรักนั้นควรให้อิสระและเชื่อใจกันน่ะสิฮ้า.

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวต (สำคัญที่ความหมาย)

ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต
จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน
จงพูดกับคนที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากัน
จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน
เมื่อกล่าวคำว่า "ฉันรักเธอ" จงหมายความตามนั้นจริง ๆ
เมื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษ" จงสบตาเขาด้วย
ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงหมั้นเสียก่อนอย่างน้อย 6 เดือน
จงเชื่อในรักแรกพบ
อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไร
เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้ง และ ร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวดแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม
ในเหตุการณ์ขัดแย้ง โต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน
อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆ ของเขา
จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว
ถ้าถูกถามด้วยคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วถามกลับว่า จะรู้ไปทำไม
จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือความรัก และความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง
พูดว่า ขอพระคุ้มครอง เมื่อได้ยินใครจาม
เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย
จงจำ 3 R :- นับถือผู้อื่น-Respect others นับถือตนเอง- Respect yourself รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำResponsibilities

จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่
ทันทีที่รู้ตัวว่าทำผิด ลงมือแก้ไขทันที
จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ ผู้ฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา
จงหาโอกาสอยู่กับตัวเองบ้าง



ส่งต่อข้อความนี้ไป 4 คน ชีวิตของคุณจะดีขึ้น

5-9 คน ชีวิตคุณจะดีอย่างใจปรารถนา

9-14 คน คุณจะได้รับความประหลาดใจภายใน 3 สัปดาห์

15 คนขึ้นไปชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปทันทีและสิ่งที่คุณใฝ่ฝันจะก่อรูปก่อร่าง

ข้อดี...ของสุรา(ขำขำ)..อิอิ

เพิ่งค้นพบ ว่าเหล้ามันมีข้อดีมากมายเลยทีเดียว เลยเอามาฝากให้เพื่อนๆอ่านกัน เผื่อใครคิดจะเลิกจะได้กลับตัวทัน เพราะมันมีข้อดีเยอะจริงๆ ค่ะ

1.ทำให้พระมีเรื่องเทศน์ สาธุ๊.........................

2. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย (บางรายอาจหนักถึงขั้นกล้าถอดกางเกงในที่สาธารณชน)

3. ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถคุยกับทุกคนได้ ไม่มีการแบ่งชนชั้นกัน

4. ทำให้กล้าโทรหาแฟนเก่า หรือคนที่เรารัก

5. ทำให้โถส้วมมีประโยชน์มากกว่าที่เป็น เอาไว้ลองอ้วกได้อีกด้วย (เมาแล้วอ้วกนี่เค้าเรียก "อ่อน" ป่าวอ่ะ)

6. ขวดเหล้าใช้ฆ่าคนได้ ทุบให้แตกแล้วแทงมันเลย

8. ทำให้มุกแป้กๆ กลายเป็นเรื่องฮาได้ตลอด

9. เป็นมุกเก่าๆให้คนเขียนบทละครได้ใช้ตลอด พระเอกได้นางเอก หรือพระเอกได้กะกระเทยก็เพราะเหล้านี่ล่ะ

10. เหล้าทำให้เห็นความรักอันสูงยิ่งที่เพื่อนมีต่อคุณ ยอมตายแทนกันได้ แต่เฉพาะเวลากินเหล้าเท่านั้นล่ะ

11. ทำให้ผู้ผลิตโซดา โค้ก น้ำแข็ง ทำกำไรได้มากขึ้น

12. ทำให้ตำรวจมีงานทำ ตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ

13. ทำให้บางคนเกิดในวงการ เช่น ไอ้ฤทธิ์กินแบล็ค เป็นต้น

14. ทำให้เกิดการรณรงค์ที่ดีหลายอย่าง เช่น เมาไม่ขับ (เลยออกจากร้านมันตอนหกโมงเช้าเลยกลัวเจอด่าน อิอิ )

15. ทำให้ประชากรไม่ล้นโลก

16. เหล้าและเบียร์ทำให้ได้ดูบอลโลกฟรี เพราะเงินที่เราซื้อนี่แหละเอาไปซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกให้เราดู

17. ทำให้นอนหลับสนิทสุดๆ

18. ทำให้กล้าทำอะไรบ้าๆบอๆ โดยไม่กลัวขายขี้หน้า เพราะตื่นมาเราจะจำอารายไม่ได้

19. ทำให้มีแฟน หรืออาจเลิกกับแฟนได้ในคืนเดียว

20. ทำให้สิ่งที่กิน บรรดากับแกล้มทั้งหมด ไม่ต้องรอออกทางก้น ไม่ลำบากกระเพาะกับลำไส้

21.ทำให้ทุกคนดูหน้าตาดีกว่าธรรมดา 2 เท่า เพราะเมาตาลาย เจอสาวก็สวยหมดทุกคนอ่ะ

22. ทำให้ศีลครบ 5 ข้อ

23. ทำให้หมาข้างถนนมีเพื่อนมากขึ้น

24. ทำให้รู้สึกรวยกว่าเดิมในตอนนั้น และจะจนกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น ( หาบิลๆๆๆๆ เอาไปเบิกบริษัท )

25. ทำให้ได้ทดสอบความสามารถในการปีนรั้วเข้าบ้าน โดยไม่ทำให้มาม่าหก

26. ทำให้อู่สี มีรายได้ประจำ

27. ทำให้รู้ว่า เอ้ย! เกินแล้วนี่นา บอกไว้ว่ามี 25 ข้อ ขอโทษทีเพลินไปหน่อยอ่ะ

...เฮ้ย นี่แหละน๊า...ทุกอย่างีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย...
...แต่สุราก็ไม่ดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต นะค่ะ...


ความสุข อยู่ที่ใจ...ใช่อื่นใกล











ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่อยู่ที่ชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ


ไอ้นั่น ... คุณเรียกมันว่าอะไร

สุดยอดคำตอบ คนสวย เก่ง ฉลาด

พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส อเมริกา ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ


คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(ไอ้นั่น) ว่า อย่างไร ?
มิส อเมริกา : ในบ้านของไอ เราเรียกมันว่า สุภาพบุรุษ
พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ?
มิส อเมริกา: เพราะว่ามันลุกขึ้นทุกครั้ง ที่เห็นสุภาพสตรี
( เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ!)

พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส สเปน ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ

คุณให้คำจำกัดความของอวัยวะของผู้ชาย(ไอ้นั่น) ว่า อย่างไร ?
มิส สเปน : ไอ้นั่นของผู้ชาย ในประเทศของเรา เหมือนกับ วัวกระทิง
ที่เราใช้ในการแสดงการสู้วัวกระทิง
พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ?
มิส สเปน : เพราะว่า มันพุ่งเข้าหาทุกครั้ง ที่เห็นช่องเปิด
( เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ!)

พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส ฟิลิปปินส์ ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ

คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(ไอ้นั่น) ว่า อย่างไร ?
มิสฟิลิปปินส์ : ฉันพูดได้เลยว่า ไอ้นั่นของผู้ชายในบ้านดิฉัน
เหมือนกับข่าวซุบซิบ และ ข่าวลือ
พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ?
มิส ฟิลิปปินส์ : เพราะว่า มันผ่านจากปากนึง สู่อีกปากนึงต่อๆกัน
( เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ! พร้อมทั้งลุกขึ้นโห่กรี๊ดลั่นต่??ด้วยเสียงปรบมือยาว

พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส อิหร่าน ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ

คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(ไอ้นั่น) ว่า อย่างไร ?
มิส อิหร่าน : โอ้ ในบ้านชั้น เราว่า ไอ้นั่น
ของผู้ชายมันเหมือนกับ ขโมย
พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ?
มิส อิหร่าน : เพราะว่า พวกมันชอบเข้า ทางประตูหลัง
( เสียงปรบมือ แปะๆ แปะๆ! พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่น ยาวต่อด้วยเสียงปรบมือยาว)

พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส ไชน่า ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ

คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(ไอ้นั่น) ว่า อย่างไร ?
มิส ไชน่า : ในจีนพวกเราว่าไอ้นั่นของผู้ชายคล้ายกับท่านผู้นำ Deng Siu Ping.
พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ?
มิส ไชน่า : คือว่า แม้มัน สั้น(เตี้ย) และ ต้องตรากตรำ งานหนัก
แต่ว่ามันก็ยัง ทำงานได้จนถึงอายุ 90 ปี
( เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่น ยาว ต่อด้วยเสียงปรบมือยาว)

พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิสไทยแลนด์ ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ

คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(ไอ้นั่น) ว่า อย่างไร ?
มิสไทยแลนด์ : ในประเทศของเรา เราเปรียบไอ้นั่นเหมือนกับนักการเมือง
พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ?
มิส มิสไทยแลนด์ : อ๋อ เพราะว่า พวกมันวันๆ งานการไม่ทำ
ได้แต่เดินแกว่งไป แกว่งมา!!! ไปวันๆ เท่านั้น



--


วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

คบเพื่อน อย่างไรดี








fwdmail

1. เพื่อนบ้าเพื่อนบอ
เพื่อนพวกนี้พร้อมจะแหกกฏเกณฑ์ อาจดูว่าเขาไม่
ค่อยแคร์อะไร และชอบที่จะเสี่ยงทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ
ตลอดเวลา แต่จำไว้เหอะ
งานเลี้ยงทุกงานจะสนุกได้ก็เพราะมีเจ้าพวกนี้แล่ะ
อีกอย่างเขาจะพา ให้เรามีชีวิตที่หวือหวาขึ้น
วันดีคืนดีก็จะมาหาเราตอนเที่ยงคืน
แล้วพาเราไปเที่ยว ไปก๊งเหล้า
ไป..... พวกนี้มาเพื่อเพิ่มสีสรรของชีวิตให้เรา

เวลาคุณประสบความสำเร็จ ...."โอ้ เจ๋งไปเลย เพื่อน
หยั่งงี้ต้องไปฉลองซะแล้ว"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง..."แม่ง...
อย่างนี้ต้องออกไปหาอะไรดื่ม"

2. เพื่อนเงียบ เพื่อนพวกนนี้จะไม่คอยโทรหาคุณ
ไม่ต้องตัวติดกัน
แต่เวลา ไม่สบายใจทีไร
เราก็คิดถึงเค้าทุกที พวกนี้จะไม่ค่อยพูด
ไม่แสดงความคิดเห็น ไม่แนะนำ แต่รับฟัง......
แต่เราสบายใจที่จะอยู่ใกล้เขา

ใครบางคนที่แม้ไม่ต้อง คุยอะไรกัน
เราก็ไม่รู้สึกว่ากระอักกระอ่วน
หรือกลายเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกัน
เวลาคุณประสบความสำเร็จ...."อืม....."
เวลาคุณประสบความผิดหวัง..." เข้าใจแล้ว......"

3.เพื่อนร่วมอุดมการณ์
เพื่อนพวกนี้จะชอบอะไรบางอย่างเหมือนเรา
อาจจะเป็นงานอดิเรก เช่น สะสมแสตมป์ ( เชยไปเนาะ
ตอนนี้ต้องเป็นสะสมสติกกเกอร์ ก็ยังเชยอยู่ดี.. ว้า
เด็กเดี๋ยวนี้เขาสะสมอะไรกันนะ สงสัยจะสะสมแฟน )

พวกนี้เราคุยกันถูกคอ ไปด้วยกันได้
แต่ขออย่างเดียวเหอะ
อย่าริชอบคนคนเดียวกัน.....ไม่งั้น...
เวลาคุณประสบความสำเร็จ ...... "อืม

แต่อย่าลืมนะว่าวันศุกร์เราต้องไป....ด้วยกัน"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง....." แย่จังนะ
แต่ว่าคงไป....กับเราได้นะ"


4. เพื่อนช่างเมาท์ ก็อย่างว่าความลับไม่มีในโลก
ไหน ๆ ก็ไม่มีทางปกปิดความลับได้แล้ว

มีเพื่อนช่างเมาท์ก็ไม่เสียหลาย เราจะได้อินไม่เอาท์
ใครรักใครเกลียดใคร ใครอกหัก ใครทะเลาะกัน รับรองรู้หมด

เวลาคุณประสบความสำเร็จ "ว้าว
อย่างนั้นต้องรีบโทรบอกคนอื่นแล้วล่ะ"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง "อืม เราเข้าใจ "
(แต่ในใจเตรียมรายชื่อคนที่จะโทรเมาท์ไว้แล้ว)

5. เพื่อนต่างเพศ พูดง่าย ๆ ก็แฟนอ่ะนะ
ก็เป็นคนสำคัญที่ซู้ด
จะนิสัยยังไงก็ขึ้นอยู่กับว่า
แฟนใครนิสัยยังไง เวลาคุณประสบความสำเร็จ
"ผมรักคุณ"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง
"ผมรักคุณ"

แล้ว รีบส่งเมลล์นี้ไปให้เพื่อนของคนอย่างน้อย
5 คน เพื่อให้เค้ารู้ว่า คุณ
ยังเป็นเพื่อนม่ายว่าประเภทใดประเภทหนึ่งของเค้า

ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

9 วิธีเป็นเพื่อนอันดับหนึ่ง






9 วิธีเป็นเพื่อนอันดับหนึ่ง


fwdmail

++++
อยากเป็นเพื่อนซี้ปึ้กแบบนี้ตลอดไป...
นี่เลยวิธีที่จะทำให้คุณเป็นเบอร์หนึ่งไม่เป็นสองรองใครในใจเพื่อน


++
1...อย่าลืมวันเกิดเพื่อนซี้เด็ดขาด(ถ้าไม่ซี้ลืมได้)
ทำอย่างไรก็ได้เพื่อกันลืม เช่น
วงกลมวันเกิดเพื่อนในปฏิทินเขียนติดไว้หน้ากระจก
หรือใช้วิธีไฮเทคด้วยการบันทึกไว้ในมือถือ เมื่อถึงวันเกิดเพื่อน
เจ้ามือถือก็จะส่งเสียงเตือนให้คุณรู้เอง


++
2...ซื่อสัตย์ต่อมิตรภาพ
อย่างทิ้งเพื่อนสุดซี้ของคุณให้เดียวดาย
แม้ว่าคุณอยากมีเพื่อนใหม่ที่เลิศเลอแค่ไหน เพราะคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า
เพื่อนใหม่จะนิสัยดีเหมือนเพื่อนซี้หน้าเดิม
หากอยากมีเพื่อนใหม่หรืออยากเข้ากลุ่มใหม่ ก็ดึงเพื่อนของคุณไปด้วยสิ


++
3...อย่านินทาเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เพราะการกระทำแบบนี้ไม่เจ๋งสักนิด
และคุณเองนั่นแหละที่อาจโดนขับออกจากกลุ่ม


++
4...หากเพื่อนกำลังเศร้าพยายามทำให้เธอยิ้มได้
เช่น ปลอบใจ หรือจะกอดก็ไม่ว่าเพราะการสัมผัสทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นได้
ถ้ายังไม่ได้ผล คิดดูซิว่ากิจกรรมที่เพื่อนคุณชอบคืออะไร
แล้วชวนไปทำด้วยกัน


++
5...คงไม่มีใครชอบทะเลาะกับเพื่อน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้
คุณเองควรเป็นฝ่ายยุติเรื่องราว
ให้เหตุผลที่ดีกับเพื่อนว่า คุณต้องการอะไรและถามด้วยว่าเพื่อน
ไม่เข้าใจคุณตรงจุดไหนจะได้หาวิธีประนีประนอม


++
6...คุณต้องพร้อมให้การแนะนำอย่างตรงไปตรงมา แต่ใช้คำพูดที่ไม่หักหาญน้ำใจ
หากเพื่อนคุณใส่เสื้อเขียวตัวพอง กางเกนขาบานสีแดง
ซึ่งดูเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากเล้าไก่ คุณคงไม่บอกเธอไปตรงๆแบบนั้น
อาจบอกเธอว่าเธอใส่เสื้อยืด กางเกนขายีนดูดีกว่าเยอะเลย


++
7...เชื่อใจเพื่อนซี้แสนดีของคุณเถอะ
ถ้าคุณไว้ใจเธอถึงขั้นบอกความลับของคุณกับเธอแล้ว
แน่ใจได้ว่าเธอจะเชื่อใจและพูดกับคุณได้ทุกเรื่องเช่นกัน


++
8...ถ้าเพื่อนคิดว่ากำลังเล่าเรื่องตลกที่สุดให้คุณฟัง แต่คุณไม่ขำ
ขอให้หัวเราะกับมุขฝืดๆนั้นหน่อย เพราะอย่างน้อยเพื่อนคุณก็ได้พยายามแล้ว


++
9...เรื่องบางเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟัง แล้วอยากให้คุณรู้เพียงคนเดียว
อย่าไปเล่าให้คนอื่นฟังเชียวนะ เพราะเขาอาจเห็นเป็นเรื่องสนุก นำไปเล่าต่อ
ทีนี้แหละ ใครต่อใครคงรู้เรื่องเพื่อนคุณกันหมด


เพื่อนสนิท คือ ??

Fwdmail

... เพื่อนสนิท
... ก็คือ
เพื่อนธรรมดาๆคนนึง ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป

... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง

ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น
... ถึงจะมาสนิทกันได้

... บางที อาจไม่ใช่นิสัย
... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา
... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ
... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้

... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี

. .
... บางครั้ง

... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป
... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย

... บางครั้ง
... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน
... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด

... บางครั้ง
... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย
... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

... บางครั้ง
...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้

... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่
บอกเป็นนัยๆว่า
กรูอยู่ตรงนี้

...
...
ชอบคำๆนึงที่บอกว่า


. . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .
. . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .


...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ

... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน

ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย


... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก
... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
... ไอ่เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว
... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที

... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที

... ก็ตอนอกหักนู่นแหละ

... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ
... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง
... คงจะประมาณว่า
... "แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน"
... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว"
... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด"
... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย
...นานๆถึงจะได้คุยกันที


... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา
... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน
... อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน

... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน

... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น
... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า
... "เพื่อน"

คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ"
... "แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ"


... "เพื่อน"
... "คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา"
. . . "แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป
เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . .


ส่งต่อให้เพื่อนสนิทของคุนด้วยล่ะ


ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

เรายิ่งใหญ่ หรือแค่เพียงฝุ่นผง

เรายิ่งใหญ่ หรือแค่เพียงฝุ่นผง



พระจันทร์ยังยิ้มได้


เรายิ่งใหญ่หรือแค่เพียงฝุ่นผง (หมื่นตา)

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณเรื่องและภาพโดย : ก๋าราณี เดินริมขอบโอบกอดตัวเอง
ภาพประกอบจาก Glitter.Kapook.com

ความโกรธ เป็นอาการขั้นพื้นฐานที่เกิดได้กับทุกคน อาจต่างกันเพียงระดับความเข้มข้นอารมณ์ที่ทำให้ทุกคนจัดการและแสดงออกซึ่ง ความโกรธนั้นต่างกัน

ว่ากันว่า ความโกรธ เป็นอาวุธที่ทำลายล้างทุกสิ่งอย่างได้ แต่ไฉนคนเราทุกวันนี้จึงเลือกใช้ชีวิตอยู่บนความโกรธ เกลียดชัง ขว้างปาความรู้สึกไม่ดี อันมาจากการถือตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ยอมกัน แม้จะเป็นเพียงเรื่องน้อยนิด จนกลายเป็นนิสัยระดับชาติ ดังที่หมื่นตาบอกไว้

หากได้เพ่งพินิจข่าวใหญ่ตามสื่อที่ส่งออกมาถึงผู้รับอย่างเราๆ จะเห็นได้ว่าเกือบทุกสารล้วนมีเหตุแห่งความขัดแข้ง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนหยิบยื่นการรับรู้แห่งความโกรธเกลียดจนเราเองก็กลายเป็นเหยื่อ แห่งความโกรธนั้น

จะดีกว่าไหมหากเราหยุดคิด ไตร่ตรอง เพื่อลุกออกจากความโกรธนั้น ก่อนที่จะปล่อยให้ความโกรธจัดการตัวเรา ดังเช่นที่หมื่นตาบอกไว้ว่า...


หมื่นตา

หมื่นตา



หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา
ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป