แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุมมอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุมมอง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คนแบบไหนชอบหักอกคนอื่น

เรื่อง นอกอกนอกใจเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย เพราะอาการใจสะออน อ่อนแรง และไม่อยู่ กับเนื้อกับตัว แต่เบนทิศทางไปแสวงหาที่หมายใหม่นั้น...เป็นอะไรที่สังเกตดูดิ่ ว่าบางทีก็หาสาเหตุและเหตุผลได้ แต่หลายครั้งกลับค้นไม่เจอ เหมือนกันว่า...ทำไมต้อง "นอกใจ" กันด้วย

จึง สันนิษฐานได้อย่าง เอ๊ะแต่จริงๆ คิดได้หลายอย่าง ว่าการนอกใจน่ะ หากไม่เกิดจากความเบื่อหน่ายซึ่งกันและกันแล้วไซร้ อาจเกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพอเซ็งอีกข้างขึ้นมา ก็เอาแหละ ชิ่งหนีไปซบอกหรือกระแซะคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนตัวจริง, รึไม่งั้นก็ไปหาเศษหาเลยแต๊ะอั๋งเอ๊าะๆ ซะเลย เอ้าทำงี้ มันช่วยให้เลือดลมสูบฉีด แถมยังทำให้หัวใจพองโตด้วยนี่หว่า แล้วจะไม่ให้อยากไปจุ๋งจิ๋งกุ๋งกิ๋งและเกาะแกะกะคนอื่นได้ไง? แต่ที่เกริ่นมานี่ก็พูดเรื่องน้ำเน่าไปงั้น

ที่จริงน่ะอยากให้ทายกันมากกว่าว่า คนแบบไหนน้า...ที่จะทำให้ใจของท่านทั้งหลายแตกสลายเป็นเสี่ยงๆได้ ถ้าขืนไปคบกับคนอย่างงี้! โอ้โห อยากรู้กันแล้วใช่ปะ มามะ เริ่มกันที่ผู้มีพฤติกรรมเข้าข่ายต่อไปนี้ได้เลยเช่น

1. พวกที่ไม่มีเพื่อนซึ่งคบกันมาอย่างยาวนานไง
สังเกต ดูเด่ะ คนที่ไม่มีเพื่อนสนิทให้คบกันยืดยาวเลยสักคนน่ะ คนพรรค์นี้แหละมีสิทธิ์ทำคุณอกหักหรือมาหักอกคุณได้ ดังนั้น หากท่านใดบังเอิ๊ญ บังเอิญไปคบหาคนข้อนี้เป็นกิ๊กหรือแฟนเข้าละก็ มีโอกาสที่จะ ถูกเค้าทำให้เสียใจได้ ภายหลังน่ะเซ่ เฮ้อ แม้แต่เพื่อนสนิทเค้ายังไม่มีเล้ย แล้วนับประสาอะไรเค้าจะคบกับใครได้ยืด แถมบางคนน่ะแม้แต่ เพื่อนเฉยๆ ยังไม่มีด้วยซ้ำ แล้ว คนที่แม้แต่เพื่อนซึ่งไม่รู้ล่ะว่า เป็นคนเอาหรือไม่เอาเพื่อนเลยสักคนเดียว แบบนี้คิดเรอะว่า จะเป็นคนมีจิตใจอยากผูกสมัครรักใคร่กะใครแบบจริงจัง มั่นคง และรักแล้วรักเลย....คำตอบคือยาก หรือหากมีก็น้อยมาก

2. พวกจำแม่น แต่จำในสิ่งที่ไม่ควรจำเท่าไหร่นะ เพราะถ้าขี้ลืมสักนิดหรือตัดทิ้งข้อปลีกย่อยของความจำไปบ้าง ชีวิตคงดีกว่านี้แน่

อย่าว่าแต่นิสัยแบบนี้ผู้หญิงบางรายจะเป็นกันเลย แม้แต่ผู้ชายบางคนก็จู้จี้จุกจิก ขี้บ่นกันจะตาย

พวก นี้มักจำแต่สิ่งไม่ดีหรือเรื่องชั่วๆ ในอดีตของแฟนหรือคนใกล้ชิดเพื่อเอาไปปะทะคารมตอนไม่สบอารมณ์ คนใกล้ชิดไงเล่า! ส่วนสิ่งดีๆ ที่เคยมีต่อกัน..ไม่จำหรอก จำอยู่ได้ไอ้เรื่องที่เราอาจเคยพลาดพลั้งทำไม่ดีไปมั่ง ดังนั้น พอเค้าเกิดไม่พอใจขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะเรียบเรียงสิ่งเลวๆ ที่แฟนอย่างเราๆ เคยทำเอาไว้นั้นแหละนำมาฟาดฟันกันตอนมีปากเสียงกันน่ะซี (แต่ขออุบอิบก่อนว่า ข้อนี้ไม่นับคนที่โดนแฟนทำร้ายจิตใจเป็นประจำชนิดไอ้ฝ่ายนั้นมันชั่วจริงๆ หาดีไม่ได้เลย...นะ เพราะถ้าเจอคนอย่างนี้ หรือหลวมตัวไปเป็นแฟนกะคนไม่ดีเลยสักอย่าง ก็ควรเลิกกะมันไปตั้งนานแล้ว)


3. พวกอยากมีอะไรต่อมิอะไรเป็นส่วนตัวมากๆ จะได้โชว์เดี่ยวเยอะๆ
ทั้ง อยากมีเวลาเป็นของตัวเอง แล้วยังอยากมีพื้นที่ส่วนตัวสูงเป็นดับเบิลของชีวิตคนธรรมดา นี่ก็น่าเกรงขามนักล่ะ นัยว่า ที่เค้าต้องการมีสเปซหรือพื้นที่ส่วนตัวมาก เพราะอยากไปไหนไปได้ ไปแล้วไม่มีใครเกะกะ ไม่มีใครคอยเป็นตัวถ่วงให้เค้ารำคาญใจ หงุดหงิดหัวใจและรู้สึกว่า มีใครก็ไม่รุคอยขวางลูกตากูเอ๊ยตูอยู่ได้....งั้นก็อย่าไปตอแยกะเค้าเลย เตือนนี่ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะคุณก็จะเบื่อไอ้นี่ด้วยแหละ ไม่รู้คิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหน?

รู้ไว้เถอะ ว่าคนที่ทำให้ใจคุณเจ็บช้ำได้น่ะ เค้าจะดีกะคุณในช่วงแรกๆ เท่านั้นแหละ แต่หลังจากนั้น ก็คิดเอาเองละกันว่า เค้าจะตัดเยื่อไม่เหลือใยกะคุณยังไง? เอ...แต่ถ้าอยากเจ็บเพราะอีกฝ่ายใจร้ายละก็ เชิญเถอะฮ้า ถ้าไม่เคยจะลองดูก็ได้....อิอิ


4. พวกไม่คำนึงถึงจิตใจคนอื่น

เรียก พวกชาเย็น ใจดำและใจยักษ์ อะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนที่ไม่เคยคำนึงว่า คำพูดคำจาของตัวเค้าจะไปกระทบจิตใจอันอ่อนไหวของชาวบ้านชาวช่อง หรือใครๆจะสะดุ้งสะเทือนต่อคำพูดเห่ยๆ ของเค้ารึเปล่า? ก็คือคำจำกัดความของบุคคลในข้อนี้แหละ

ยิ่งหากคนคนนี้ ชอบปากเสีย หรือชอบพูดจาเสียดสี ซึ่งแสดงว่า ไม่ใช่คนมีความจริงใจกะคนอื่นเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่น่าคบมากเท่านั้น เพราะขืนรู้จักกันไปมากๆเข้า เค้าก็ยิ่งทำให้คุณผิดหวัง ผิดหวังและผิดหวังซ้ำซ้อนและลึกซึ้ง จนเจ็บลึกไปนาน...แต่คุณไม่เจ็บนานจริงๆหรอกใช่ม้า


5. พวกเวลาที่อยู่กะคุณมักใจลอยไปหาคนอื่น นี่ก็ใช่

แบบ แหม...พออยู่กะเรานะ ชอบทำใจหาย หรือเหม่อลอยไปไกลโยชน์บ่อยๆ ไงตัว ซึ่งที่จริงเค้าควรมีกะจิตกะใจอยู่กะเรามากกว่าเนอะ แต่ก็นั่นแหละ เค้าจะมีโฟกัสกะคุณเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น พอหลังจากนี้ เค้าก็ไม่สนแล้ว หันไปสนอย่างอื่นที่...

ก.เป็นสิ่งยั่วยวนจิตใจเค้าให้ไขว้เขวไปถึงไหนๆ ได้มากกว่าไม่ดีเรอะ หรือ ข.สิ่งยั่วยุใหม่ๆที่ทำให้เค้าอยากลิ้มลอง จนบางครั้งเค้าก็พลาดพลั้งจนไปเสียฟอร์มคนอื่นอีกที....555 สม...ไงล่ะ


6. พวกชอบจับผิด


ข้อ นี้แทบไม่ต้องอธิบาย เพราะพวกชอบจับผิด มักไม่เคยคิดว่าใครหน้าไหนถูกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เค้าจึงถูกตลอด ถูกเสมอ ถูกทุกเมื่อ...ไม่เบื่อที่จะเป็น "คนถูก" ซึ่งในทางตรงกันข้าม เค้าย่อมเห็นว่าคุณทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็ผิดอยู่นั่น ผิดแล้วผิดอีก แถมยังย้ำด้วยว่าคุณเป็นฝ่ายผิด ขนาดถ้าเผื่อคุยกันเรื่องเฮฮาในหมู่เพื่อนฝูงอยู่ดีๆ เค้ายังสามารถบอกได้เลยว่า คุณพูดผิด...เพราะเค้าเห็นว่าคุณผิด (แล้วเค้าถูก) นี่แหละ คุณกะเค้าถึงเข้ากันไม่ได้ แต่เค้าสามารถหักหาญน้ำใจของคุณได้...แล้วงี้จะอโหสิหรือจำไว้เอาคืนดีฮ้า?

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

ข้อดี...ของสุรา(ขำขำ)..อิอิ

เพิ่งค้นพบ ว่าเหล้ามันมีข้อดีมากมายเลยทีเดียว เลยเอามาฝากให้เพื่อนๆอ่านกัน เผื่อใครคิดจะเลิกจะได้กลับตัวทัน เพราะมันมีข้อดีเยอะจริงๆ ค่ะ

1.ทำให้พระมีเรื่องเทศน์ สาธุ๊.........................

2. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย (บางรายอาจหนักถึงขั้นกล้าถอดกางเกงในที่สาธารณชน)

3. ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถคุยกับทุกคนได้ ไม่มีการแบ่งชนชั้นกัน

4. ทำให้กล้าโทรหาแฟนเก่า หรือคนที่เรารัก

5. ทำให้โถส้วมมีประโยชน์มากกว่าที่เป็น เอาไว้ลองอ้วกได้อีกด้วย (เมาแล้วอ้วกนี่เค้าเรียก "อ่อน" ป่าวอ่ะ)

6. ขวดเหล้าใช้ฆ่าคนได้ ทุบให้แตกแล้วแทงมันเลย

8. ทำให้มุกแป้กๆ กลายเป็นเรื่องฮาได้ตลอด

9. เป็นมุกเก่าๆให้คนเขียนบทละครได้ใช้ตลอด พระเอกได้นางเอก หรือพระเอกได้กะกระเทยก็เพราะเหล้านี่ล่ะ

10. เหล้าทำให้เห็นความรักอันสูงยิ่งที่เพื่อนมีต่อคุณ ยอมตายแทนกันได้ แต่เฉพาะเวลากินเหล้าเท่านั้นล่ะ

11. ทำให้ผู้ผลิตโซดา โค้ก น้ำแข็ง ทำกำไรได้มากขึ้น

12. ทำให้ตำรวจมีงานทำ ตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ

13. ทำให้บางคนเกิดในวงการ เช่น ไอ้ฤทธิ์กินแบล็ค เป็นต้น

14. ทำให้เกิดการรณรงค์ที่ดีหลายอย่าง เช่น เมาไม่ขับ (เลยออกจากร้านมันตอนหกโมงเช้าเลยกลัวเจอด่าน อิอิ )

15. ทำให้ประชากรไม่ล้นโลก

16. เหล้าและเบียร์ทำให้ได้ดูบอลโลกฟรี เพราะเงินที่เราซื้อนี่แหละเอาไปซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกให้เราดู

17. ทำให้นอนหลับสนิทสุดๆ

18. ทำให้กล้าทำอะไรบ้าๆบอๆ โดยไม่กลัวขายขี้หน้า เพราะตื่นมาเราจะจำอารายไม่ได้

19. ทำให้มีแฟน หรืออาจเลิกกับแฟนได้ในคืนเดียว

20. ทำให้สิ่งที่กิน บรรดากับแกล้มทั้งหมด ไม่ต้องรอออกทางก้น ไม่ลำบากกระเพาะกับลำไส้

21.ทำให้ทุกคนดูหน้าตาดีกว่าธรรมดา 2 เท่า เพราะเมาตาลาย เจอสาวก็สวยหมดทุกคนอ่ะ

22. ทำให้ศีลครบ 5 ข้อ

23. ทำให้หมาข้างถนนมีเพื่อนมากขึ้น

24. ทำให้รู้สึกรวยกว่าเดิมในตอนนั้น และจะจนกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น ( หาบิลๆๆๆๆ เอาไปเบิกบริษัท )

25. ทำให้ได้ทดสอบความสามารถในการปีนรั้วเข้าบ้าน โดยไม่ทำให้มาม่าหก

26. ทำให้อู่สี มีรายได้ประจำ

27. ทำให้รู้ว่า เอ้ย! เกินแล้วนี่นา บอกไว้ว่ามี 25 ข้อ ขอโทษทีเพลินไปหน่อยอ่ะ

...เฮ้ย นี่แหละน๊า...ทุกอย่างีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย...
...แต่สุราก็ไม่ดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต นะค่ะ...


ปรัชญา....มด (อ่านซักนิด)


ขยันๆกันนะพวกเรา


ปรัชญาที่ 1 มดไม่เคยละความพยายาม
หากมันมุ่งหน้าไปทางทิศใด แล้วเกิดอุปสรรค = ถูกปิดกั้นหนทาง มันจะพยายามหาทางเดินทางอื่น มันจะได้ขึ้นไต่ลงไต่ไปรอบๆมันจะมองหาหนทางอื่นเสมอ
ข้อคิด
จงอย่าละความพยายามในการหาหนทางไปสู่สิ่งที่หมายมาด

ปรัชญาที่ 2 มดคิดถึงฤดูหนาวตลอดฤดูร้อน
มันไม่เคยรักสบายจนคิดเพียงว่าคิมหันต์ฤดู จะคงอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น มันจึงพยายามเก็บสะสมเสบียงไว้สำหรับเหมันต์ ตลอดฤดูคิมหันต์หรรษา
ข้อคิด
จงตะหนักถึงความเป็นจริง และเตรียมรับกับเหตุการณ์ในอนาคต

ปรัชญาที่ 3 มดคิดถึงฤดูร้อนตลอดฤดูหนาว
ท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งเหมันห์ มันจะเตือนตัวเองว่า "ความลำบากจะอยู่เพียงไม่นาน แล้วเราก็จะพ้นจากสภาวะเช่นนี้"

เมื่อวันที่แสงแห่งความอบอุ่นแรกสาดส่อง มันจะออกมาเริงร่า หากอากาศกลับกลายเป็นหนาวอีกครั้ง มันจะเข้าไปในโพรงอีกครั้ง

และออกมารับความอบอุ่นในวันอากาศดีโดยทันใด


ข้อคิด
จงมองทุกสิ่งในเชิงบวกตลอดเวลา
ปรัชญาที่ 4 ทุ่มเททุกสิ่งเท่าที่สามารถ
มดสามารถเก็บเกี่ยวเสบียงตลอดฤดูร้อนเพื่อเตรียมพร้อมฤดูหนาวให้มากเท่าที่มันจะทำได้
ข้อคิด
จงพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเต็มกำลัง

สรุป

1)อย่ายอมแพ้
2)
มองไปข้างหน้า
3)
มองโลกในแง่ดี
4)
ทำเต็มความสามารถ

มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง เมื่อวานก็สายเกินแก้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไป

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

คบเพื่อน อย่างไรดี








fwdmail

1. เพื่อนบ้าเพื่อนบอ
เพื่อนพวกนี้พร้อมจะแหกกฏเกณฑ์ อาจดูว่าเขาไม่
ค่อยแคร์อะไร และชอบที่จะเสี่ยงทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ
ตลอดเวลา แต่จำไว้เหอะ
งานเลี้ยงทุกงานจะสนุกได้ก็เพราะมีเจ้าพวกนี้แล่ะ
อีกอย่างเขาจะพา ให้เรามีชีวิตที่หวือหวาขึ้น
วันดีคืนดีก็จะมาหาเราตอนเที่ยงคืน
แล้วพาเราไปเที่ยว ไปก๊งเหล้า
ไป..... พวกนี้มาเพื่อเพิ่มสีสรรของชีวิตให้เรา

เวลาคุณประสบความสำเร็จ ...."โอ้ เจ๋งไปเลย เพื่อน
หยั่งงี้ต้องไปฉลองซะแล้ว"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง..."แม่ง...
อย่างนี้ต้องออกไปหาอะไรดื่ม"

2. เพื่อนเงียบ เพื่อนพวกนนี้จะไม่คอยโทรหาคุณ
ไม่ต้องตัวติดกัน
แต่เวลา ไม่สบายใจทีไร
เราก็คิดถึงเค้าทุกที พวกนี้จะไม่ค่อยพูด
ไม่แสดงความคิดเห็น ไม่แนะนำ แต่รับฟัง......
แต่เราสบายใจที่จะอยู่ใกล้เขา

ใครบางคนที่แม้ไม่ต้อง คุยอะไรกัน
เราก็ไม่รู้สึกว่ากระอักกระอ่วน
หรือกลายเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกัน
เวลาคุณประสบความสำเร็จ...."อืม....."
เวลาคุณประสบความผิดหวัง..." เข้าใจแล้ว......"

3.เพื่อนร่วมอุดมการณ์
เพื่อนพวกนี้จะชอบอะไรบางอย่างเหมือนเรา
อาจจะเป็นงานอดิเรก เช่น สะสมแสตมป์ ( เชยไปเนาะ
ตอนนี้ต้องเป็นสะสมสติกกเกอร์ ก็ยังเชยอยู่ดี.. ว้า
เด็กเดี๋ยวนี้เขาสะสมอะไรกันนะ สงสัยจะสะสมแฟน )

พวกนี้เราคุยกันถูกคอ ไปด้วยกันได้
แต่ขออย่างเดียวเหอะ
อย่าริชอบคนคนเดียวกัน.....ไม่งั้น...
เวลาคุณประสบความสำเร็จ ...... "อืม

แต่อย่าลืมนะว่าวันศุกร์เราต้องไป....ด้วยกัน"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง....." แย่จังนะ
แต่ว่าคงไป....กับเราได้นะ"


4. เพื่อนช่างเมาท์ ก็อย่างว่าความลับไม่มีในโลก
ไหน ๆ ก็ไม่มีทางปกปิดความลับได้แล้ว

มีเพื่อนช่างเมาท์ก็ไม่เสียหลาย เราจะได้อินไม่เอาท์
ใครรักใครเกลียดใคร ใครอกหัก ใครทะเลาะกัน รับรองรู้หมด

เวลาคุณประสบความสำเร็จ "ว้าว
อย่างนั้นต้องรีบโทรบอกคนอื่นแล้วล่ะ"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง "อืม เราเข้าใจ "
(แต่ในใจเตรียมรายชื่อคนที่จะโทรเมาท์ไว้แล้ว)

5. เพื่อนต่างเพศ พูดง่าย ๆ ก็แฟนอ่ะนะ
ก็เป็นคนสำคัญที่ซู้ด
จะนิสัยยังไงก็ขึ้นอยู่กับว่า
แฟนใครนิสัยยังไง เวลาคุณประสบความสำเร็จ
"ผมรักคุณ"
เวลาคุณประสบความผิดหวัง
"ผมรักคุณ"

แล้ว รีบส่งเมลล์นี้ไปให้เพื่อนของคนอย่างน้อย
5 คน เพื่อให้เค้ารู้ว่า คุณ
ยังเป็นเพื่อนม่ายว่าประเภทใดประเภทหนึ่งของเค้า

ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

9 วิธีเป็นเพื่อนอันดับหนึ่ง






9 วิธีเป็นเพื่อนอันดับหนึ่ง


fwdmail

++++
อยากเป็นเพื่อนซี้ปึ้กแบบนี้ตลอดไป...
นี่เลยวิธีที่จะทำให้คุณเป็นเบอร์หนึ่งไม่เป็นสองรองใครในใจเพื่อน


++
1...อย่าลืมวันเกิดเพื่อนซี้เด็ดขาด(ถ้าไม่ซี้ลืมได้)
ทำอย่างไรก็ได้เพื่อกันลืม เช่น
วงกลมวันเกิดเพื่อนในปฏิทินเขียนติดไว้หน้ากระจก
หรือใช้วิธีไฮเทคด้วยการบันทึกไว้ในมือถือ เมื่อถึงวันเกิดเพื่อน
เจ้ามือถือก็จะส่งเสียงเตือนให้คุณรู้เอง


++
2...ซื่อสัตย์ต่อมิตรภาพ
อย่างทิ้งเพื่อนสุดซี้ของคุณให้เดียวดาย
แม้ว่าคุณอยากมีเพื่อนใหม่ที่เลิศเลอแค่ไหน เพราะคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า
เพื่อนใหม่จะนิสัยดีเหมือนเพื่อนซี้หน้าเดิม
หากอยากมีเพื่อนใหม่หรืออยากเข้ากลุ่มใหม่ ก็ดึงเพื่อนของคุณไปด้วยสิ


++
3...อย่านินทาเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เพราะการกระทำแบบนี้ไม่เจ๋งสักนิด
และคุณเองนั่นแหละที่อาจโดนขับออกจากกลุ่ม


++
4...หากเพื่อนกำลังเศร้าพยายามทำให้เธอยิ้มได้
เช่น ปลอบใจ หรือจะกอดก็ไม่ว่าเพราะการสัมผัสทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นได้
ถ้ายังไม่ได้ผล คิดดูซิว่ากิจกรรมที่เพื่อนคุณชอบคืออะไร
แล้วชวนไปทำด้วยกัน


++
5...คงไม่มีใครชอบทะเลาะกับเพื่อน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้
คุณเองควรเป็นฝ่ายยุติเรื่องราว
ให้เหตุผลที่ดีกับเพื่อนว่า คุณต้องการอะไรและถามด้วยว่าเพื่อน
ไม่เข้าใจคุณตรงจุดไหนจะได้หาวิธีประนีประนอม


++
6...คุณต้องพร้อมให้การแนะนำอย่างตรงไปตรงมา แต่ใช้คำพูดที่ไม่หักหาญน้ำใจ
หากเพื่อนคุณใส่เสื้อเขียวตัวพอง กางเกนขาบานสีแดง
ซึ่งดูเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากเล้าไก่ คุณคงไม่บอกเธอไปตรงๆแบบนั้น
อาจบอกเธอว่าเธอใส่เสื้อยืด กางเกนขายีนดูดีกว่าเยอะเลย


++
7...เชื่อใจเพื่อนซี้แสนดีของคุณเถอะ
ถ้าคุณไว้ใจเธอถึงขั้นบอกความลับของคุณกับเธอแล้ว
แน่ใจได้ว่าเธอจะเชื่อใจและพูดกับคุณได้ทุกเรื่องเช่นกัน


++
8...ถ้าเพื่อนคิดว่ากำลังเล่าเรื่องตลกที่สุดให้คุณฟัง แต่คุณไม่ขำ
ขอให้หัวเราะกับมุขฝืดๆนั้นหน่อย เพราะอย่างน้อยเพื่อนคุณก็ได้พยายามแล้ว


++
9...เรื่องบางเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟัง แล้วอยากให้คุณรู้เพียงคนเดียว
อย่าไปเล่าให้คนอื่นฟังเชียวนะ เพราะเขาอาจเห็นเป็นเรื่องสนุก นำไปเล่าต่อ
ทีนี้แหละ ใครต่อใครคงรู้เรื่องเพื่อนคุณกันหมด


เพื่อนสนิท คือ ??

Fwdmail

... เพื่อนสนิท
... ก็คือ
เพื่อนธรรมดาๆคนนึง ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป

... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง

ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น
... ถึงจะมาสนิทกันได้

... บางที อาจไม่ใช่นิสัย
... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา
... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ
... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้

... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี

. .
... บางครั้ง

... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป
... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย

... บางครั้ง
... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน
... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด

... บางครั้ง
... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย
... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

... บางครั้ง
...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้

... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่
บอกเป็นนัยๆว่า
กรูอยู่ตรงนี้

...
...
ชอบคำๆนึงที่บอกว่า


. . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .
. . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .


...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ

... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน

ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย


... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก
... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
... ไอ่เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว
... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที

... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที

... ก็ตอนอกหักนู่นแหละ

... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ
... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง
... คงจะประมาณว่า
... "แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน"
... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว"
... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด"
... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย
...นานๆถึงจะได้คุยกันที


... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา
... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน
... อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน

... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน

... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น
... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า
... "เพื่อน"

คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ"
... "แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ"


... "เพื่อน"
... "คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา"
. . . "แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป
เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . .


ส่งต่อให้เพื่อนสนิทของคุนด้วยล่ะ


ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

เรายิ่งใหญ่ หรือแค่เพียงฝุ่นผง

เรายิ่งใหญ่ หรือแค่เพียงฝุ่นผง



พระจันทร์ยังยิ้มได้


เรายิ่งใหญ่หรือแค่เพียงฝุ่นผง (หมื่นตา)

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณเรื่องและภาพโดย : ก๋าราณี เดินริมขอบโอบกอดตัวเอง
ภาพประกอบจาก Glitter.Kapook.com

ความโกรธ เป็นอาการขั้นพื้นฐานที่เกิดได้กับทุกคน อาจต่างกันเพียงระดับความเข้มข้นอารมณ์ที่ทำให้ทุกคนจัดการและแสดงออกซึ่ง ความโกรธนั้นต่างกัน

ว่ากันว่า ความโกรธ เป็นอาวุธที่ทำลายล้างทุกสิ่งอย่างได้ แต่ไฉนคนเราทุกวันนี้จึงเลือกใช้ชีวิตอยู่บนความโกรธ เกลียดชัง ขว้างปาความรู้สึกไม่ดี อันมาจากการถือตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ยอมกัน แม้จะเป็นเพียงเรื่องน้อยนิด จนกลายเป็นนิสัยระดับชาติ ดังที่หมื่นตาบอกไว้

หากได้เพ่งพินิจข่าวใหญ่ตามสื่อที่ส่งออกมาถึงผู้รับอย่างเราๆ จะเห็นได้ว่าเกือบทุกสารล้วนมีเหตุแห่งความขัดแข้ง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนหยิบยื่นการรับรู้แห่งความโกรธเกลียดจนเราเองก็กลายเป็นเหยื่อ แห่งความโกรธนั้น

จะดีกว่าไหมหากเราหยุดคิด ไตร่ตรอง เพื่อลุกออกจากความโกรธนั้น ก่อนที่จะปล่อยให้ความโกรธจัดการตัวเรา ดังเช่นที่หมื่นตาบอกไว้ว่า...


หมื่นตา

หมื่นตา



หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา

หมื่นตา
ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

ทำไงให้แฟนหายโกรธ?!?!

วัยรุ่นสมัยนี้การมีแฟนเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องมีแบบเข้าใจ ถูกต้อง และไม่เกินความเหมาะสม

ว่าแต่ว่า ตอนนี้กำลังทะเลาะกับแฟนอยู่หรือเปล่า...?

ถ้า เพิ่งจะทะเลาะ แฟนกำลังเกิดอาการโกรธ หงุดหงิดคุณอยู่ละก็ ลองมาดูสิว่าความโกรธของแฟนคุณเนี่ยอยู่ระดับไหน และจะทำยังไงให้เค้าหายโกรธ เรื่องนี้ดูได้จากกรุ๊ปเลือดของเค้า

ถ้าแฟนคุณเป็นคนเลือดกรุ๊ป A คุณอาจจะต้องใช้เวลามากหน่อยกว่าเค้าจะหายโกรธ เพราะเค้าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่ปกติจะเป็นคนโกรธคนยาก จริงใจกับทุกคน แต่ถ้าลองใครทำให้โกรธล่ะเป็นเรื่อง ยิ่งเป็นคนที่เค้าไว้ใจแล้วมาหักหลังกัน อาจถึงขั้นไม่ร่วมทางกันเลยเชียว

เวลา ที่คนกรุ๊ป A โกรธอย่าพยายามยับยั้งเค้า หรืออย่าไปแก้ตัวแทนคนที่ทำให้เค้าโกรธ เพราะเค้าอาจพาลมาโกรธคุณด้วย พยายามเอาอกเอาใจเรื่องอื่น เวลาจะช่วยให้เค้าหายโกรธได้ แต่ถ้าจะให้ดีอย่าทำให้เค้าโกรธเลยเป็นดี

คนเลือดกรุ๊ป B จริง ๆ แล้วคนเลือดกรุ๊ปนี้จะอารมณ์ดี ออกจะเป็นคนโกรธง่าย แต่ก็ลืมง่ายด้วย เค้าจะโกรธใครได้ไม่นานนักหรอก สักพักเค้าก็ลืมแล้ว ยิ่งมีเรื่องหนุก ๆ มาเล่าให้ฟัง หรือมีอะไรมันส์...มันส์ให้เค้าทำก็ยิ่งดี

ถ้า คนเลือดกรุ๊ป B โกรธขึ้นมา ต้องพยายามอย่าไปใส่ใจมากนัก ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าให้ทำเป็นไม่สนใจเค้านะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเค้าอาจจะพาลโกรธมากขึ้น แค่อย่าไปพูดรื้อฟื้นทำให้เค้าลืม ๆ ไป ยิ่งลืมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

คนเลือดกรุ๊ป AB เค้า จะเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง เป็นคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองสูง ถือดีเป็นที่สุด และไม่ชอบง้อใคร เวลาจะทำอะไรเค้าก็เป็นคนมีเหตุผลพอสมควร แต่เหตุผลก็จะเข้าข้างตัวเองซะมาก

เค้าอาจจะทำให้คุณปวดหัวได้ หากทำให้เค้าโกรธ เพราะเค้าจะไม่ยอมฟังคำแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ก็บอกแล้วว่าเค้ามีเหตุผลที่ค่อนข้างเข้าข้างตัวเอง ถ้า เค้าโกรธก็ยอม ๆ เค้าหน่อย ยอมที่จะเอ่ยคำว่าขอโทษ คงไม่เสียศักดิ์ศรีของคุณเท่าไหร่หรอกมั้ง แค่เนี้ย.....เค้าก็จะหายโกรธแร้วววว..

สุดท้าย คนที่มีเลือดกรุ๊ป O ความโกรธของคนเลือดกรุ๊ป O รุนแรงราวกับพายุ เฮอริเคนก็ไม่ปาน เค้าจะน่ากลัวมากเมื่ออยู่ในอารมณ์โกรธ อย่าไปขวางเชียวอาจโดนลูกหลง เข้าได้ แต่เค้าเป็นคนมีเหตุผลมาก จึงเป็นเรื่อง ที่ยากหากจะทำให้เค้าอารมณ์ดี

อย่างที่บอกแล้วว่า ถ้าโกรธจะแรง มาก แต่ถ้าเค้ารู้สาเหตุข้อเท็จจริงที่ทำให้เค้าโกรธ อธิบายให้เค้าฟังอย่างมีเหตุผลเค้าก็จะหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ประมาณว่าเหมือนไม่เคยโกรธกัน มาก่อน

รู้แล้วก็อย่าลืมหาวิธีเหมาะ ๆ ไปง้อแฟนให้หายโกรธซะล่ะ ทางที่ดีอย่าหาเรื่องให้โกรธกันจะดี ฝ่า..!!!.

ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

5 สิ่งทำลายสมอง





ข่าว
ข่าว
ข่าว
ข่าว
ข่าว




เครียด


ไม่มีใครอยากสมองกลวง ตีบ ตัน หรือสมองโดนทำลายจนร่างกายกลายเป็น "ผัก" เหี่ยวๆ บนเตียงคนไข้ แต่ตลอดชีวิตเราอาจจะไม่รู้ว่าพฤติกรรมหลายๆ อย่างของเรานั่นเองที่เป็นตัวทำลายประสิทธิภาพสมองทางอ้อม


คอลัมน์ "Health news" โดย "มินนี่" ในนิตยสาร "VOLUME" ฉบับเม.ย.นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสมองน่าสนใจ ลองอ่าน...


สมอง มนุษย์เปราะบางอ่อนไหวต่อสิ่งกระตุ้น ทั้งที่เป็นสารเคมี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และกัมมันตภาพรังสี สิ่งเหล่านี้เสมือนไม่มีตัวตน แต่มีผลอย่างยิ่งต่อสมองทั้งความคิด อารมณ์ และความรู้สึก


โดยเฉพาะ 5 พฤติกรรมต่อไปนี้ จะทำลายสมองโดยไม่รู้ตัว


1. คิดในทางไม่ถูกต้อง คือ ทำผิดทำนองคลองธรรม ผิดจริยธรรม ผิดศีลธรรม หรือผิดกฎหมาย เช่น คดโกง ประจบประแจง เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น คอร์รัปชั่น การทำผิดประเพณีปฏิบัติของสังคม โดยที่ไม่ต้องได้รับการลงโทษ สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีหนึ่งในการทำลายประสิทธิภาพการทำงานของสมองเรา


2. โกหกเป็นประจำ การโกหกทำให้สมองต้องทำงานหนักกว่าปกติ จริงๆ แล้วสมองของเรายิ่งทำงานหนักก็ยิ่งดี แต่คนโกหกประจำสมองต้องทำงานหนักเป็นพิเศษในการพยายามจำสิ่งที่โกหกเอาไว้ นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนของการใช้สมองทำงานหนักอย่างไม่สร้างสรรค์ และทำลายประสิทธิภาพการทำงานของสมอง


3. เจ้าคิดเจ้าแค้น คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นประจำจะมีสภาพเป็นคนหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ไม่เป็น มงคล สมองจะถูกทำลายเสมือนหนึ่งถูกอาบด้วยยาพิษเป็นประจำ อะไรที่ปล่อยวางได้ก็ปล่อยวางไปบ้างเถอะ


4. ความเครียด ความฟุ้งซ่าน ทำให้สมองต้องทำงานหนักอย่างผิดทาง ทำให้สมองหลั่งสารหรือขาดสารบางอย่างที่หล่อเลี้ยง จึงกระตุ้นให้เกิดอาการซึมเศร้าหรือฟุ้งซ่านอย่างหนัก อาจถึงขั้นขาดสติยั้งคิด ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตายได้


5. ไม่ยอมคิด ตรงกันข้ามกับคนที่คิดมากอย่างผิดทาง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงอย่างหนัก คนที่ไม่ยอมคิดอะไรเป็นพิเศษขึ้นมาเลย นอกเหนือไปจากการคิดเพื่อใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ เช่น การกินอาหาร การทำงานตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดเท่านั้น ฟังเผินๆ อาจดูคล้ายผู้บรรลุในสัจธรรมแห่งชีวิต แต่นั่นก็เป็นสาเหตุในการทำลายประสิทธิภาพของสมองอีกทางหนึ่ง หรือเรียกง่ายๆ ว่า "สมองฝ่อ" นั่นเอง


แม้จะไม่มีข้อมูลแพทย์อ้างอิง แต่ก็เป็นข้อคิดเตือนใจที่ดี

ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

7 ปัญหาหัวใจ





 โรคหัวใจ





หัวใจ อวัยวะสำคัญที่ทำงานตลอดช่วงชีวิตของเรา มีหลายคำถามเกี่ยวกับหัวใจที่ยังไม่รู้และคิดไม่ถึง จึงรวบรวม 7 คำถามน่ารู้เกี่ยวกับหัวใจพร้อมแบบทดสอบสุขภาพหัวใจมาฝากคุณ


1. โรคหัวใจแบ่งได้อีกหลายโรค ?


โรคหัวใจเป็นการเรียกรวมๆ ของ "กลุ่มอาการโรคหัวใจ" ซึ่งสมาคมแพทย์โรคหัวใจ ได้แยกเป็น 8 ประเภท ได้แก่


โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คือหัวใจไม่สมบูรณ์ตั้งแต่เกิดโดยไม่รู้สาเหตุที่แน่นอน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัส ได้รับสารเคมี หรือยาบางชนิดขณะตั้งครรภ์ เกิดได้กับทุกส่วนทั้งหลอดเลือดหัวใจ ผนังกั้นห้องหัวใจ ห้องหัวใจ และอาจแสดงอาการตั้งแต่เด็กๆ หรือแสดงอาการเมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็ได้


โรคลิ้นหัวใจ ส่วนใหญ่เกิดจากติดเชื้อคออักเสบแล้วไม่ได้รักษาอย่างถูกวิธีทำให้ลิ้นหัวใจ อักเสบจนหัวใจตีบหรือรั่วตามมา นอกจากนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อที่หัวใจโดยตรง หรือจากความเสื่อมของลิ้นหัวใจเอง


โรคกล้ามเนื้อหัวใจ เกิดจากหลายสาเหตุเช่นหลอดเลือดหัวใจตีบ ตัน การติดเชื้อไวรัส หรือความดันโลหิตสูง ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการบีบ คลายตัว ขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย


โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคหัวใจขาดเลือด จากการสะสมของไขมันทำให้ผนังหลอดเลือดตีบและตัน จนเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนได้


โรคเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นโรคที่พบไม่บ่อย เกิดจากการอักเสบเพราะติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อวัณโรค


โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจากระบบไฟฟ้าในหัวใจทำงานผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกัน บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย หรือมีอาการใจสั่น หัวใจบีบตัวแรงในบางจังหวะ เหนื่อยทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร เพลีย หมดแรง อยากนอนตลอดเวลา หน้ามืด และอาจหมดสติหากหัวใจหยุดเต้นเกิน 3 วินาที


ติดเชื้อที่หัวใจ มักเกิดกับผู้ที่ภูมิต้านทานอ่อนแอหรือติดยาเสพติด หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV


มะเร็งที่หัวใจ มะเร็งจากอวัยวะใกล้เคียงทั้งมะเร็งปอด และมะเร็งเต้านมลุกลามมาสู่หัวใจ


2. อาหารอะไรบ้างเป็นศัตรูของหัวใจ?


อาหารหลายชนิดหากกินมากไปจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ


อาหารไขมันสูงหรือเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น เนื้อหมู เนื้อวัวติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา หอยนางรม ไข่แดง และกะทิ

ขนมหวาน โดยเฉพาะที่อุดมด้วย น้ำตาล กะทิ คอเลสเทอรอล ไข่แดง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ตลอดจนขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวสังขยา ลอดช่อง ปลากริมไข่เต่า เป็นต้น


อาหารฟาสต์ฟู้ด แม้มีผักบ้างแต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย แต่มากไปด้วยแป้ง ไขมัน และรสเค็ม


อาหารรสเค็ม ไม่เหมาะกับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว เพราะทำให้เหนื่อยหอบ ตัวบวม หลีกเลี่ยงอาหารปรุงรสเค็มจัด ลดการใช้เครื่องปรุงรสลง เช่น กะปิ น้ำปลา เกลือ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว ซอส น้ำมันหอย ซุปก้อนลง และงด


อาหารหมักดองอาหารกระป๋อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป กุ้งแห้ง ปลาเค็ม


เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจโตจนอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง ก็กระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มขึ้น


3. เบาหวานตัวการความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบจริงหรือ?


หลอด เลือดหัวใจตีบอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการสูบบุหรี่ เพศชาย พฤติกรรมการบริโภค พันธุกรรม แต่สาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ โรคเบาหวาน เพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงตลอดเวลาทำให้ผนังหลอด เลือดเสื่อมเร็วขึ้น


มี ผลการวิจัยเพิ่มเติมอีกว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโอกาสหัวใจล้มเหลวสูงถึง 2 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น คอเลสเทอรอลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และการไหลเวียนโลหิตไม่ปกติ


4. แปรงฟันไม่สะอาดทำให้หัวใจติดเชื้อ ?


ช่อง ปากเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียและเชื้อจุลินทรีย์หลายชนิดทั้งที่มีประโยชน์และ ไม่มีประโยชน์ หากทำความสะอาดฟันไม่ดีอาจทำให้เชื้อบางชนิดหลุดเข้าสู่กระแสเลือด เข้าไปเกาะติดในบริเวณหัวใจและหลอดเลือดทำให้เกิดการติดเชื้อและทำให้มีไข้ เรื้อรัง อ่อนเพลีย เบื่ออาหารได้ จึงควรแปรงฟันตอนเช้า ก่อนเข้านอน และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำทุกวัน และควรระวังไม่ให้ฟันผุ ไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อเช็คสภาพฟันและขูดหินปูน


5. แน่นหน้าอกไม่จำเป็นต้องเกิดจากโรคหัวใจเสมอไป ?


บาง ครั้งอาการแน่นหน้าอก ปวดร้าวไปที่คอ หลัง ไหล่ หรือแขน หายใจไม่เต็มปอด อาจเกิดจากความเครียด และโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ถุงน้ำดี แผลในกระเพาะอาหาร ก็เป็นได้ ลองสังเกตว่าเวลาปวดแน่นหน้าอกมีลักษณะอย่างไร เช่น ปวดทุกครั้งเวลาทำงานหนัก เดินเร็วๆ อ่อนเพลีย เหงื่อออก คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หากได้พัก 10 -15 นาทีจะหายไปหรือไม่ ถ้ามีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดหัวใจ ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ค่ะ


6. ใครว่าเป็นโรคหัวใจออกกำลังกายไม่ได้ ?


เมื่อ รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ ช่วง 2 เดือนแรกควรให้หัวใจได้พักฟื้น ไม่ออกกำลังหักโหมเกินไป เน้นการออกกำลังที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง ไม่มีแรงต้าน เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ รำไทเก็ก ว่ายน้ำช้าๆ ช่วงที่รู้สึกร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้วจึงออกกำลังมากขึ้น เร็วขึ้นได้


การ ออกกำลังที่พอเหมาะกับผู้ป่วยโรคหัวใจนั้นให้เทียบกับการเดินขึ้นบันไดจาก ชั้นล่างถึงชั้น 2 หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องเบ่ง ยก หรือเกิดแรงต้านเพราะทำให้เกิดแรงอัดในเส้นเลือดย้อนกลับเข้าหัวใจ เกิดการตึงที่ผนังหัวใจ ทำให้หัวใจจ่ายเลือดยากขึ้น กระตุ้นให้เกิดอาการหัวใจขาดเลือด


7. เป็นโรคหัวใจห้ามมีเซ็กซ์


แม้ การใช้แรงอย่างหักโหมหรือความตื่นเต้นขณะมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้ปวดเค้นหัวใจ แต่การมีเพศสัมพันธ์ก็ช่วยคลายเครียด และเป็นวิธีออกกำลังกายที่ดีวิธีหนึ่ง ดังนั้นคนที่เดินขึ้นลงบันไดได้ 13 ขั้น โดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ก็ไม่น่ามีอันตราย หรืออาจปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสมก่อนมีเพศสัมพันธ์


แม้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่อย่าลืมใส่ใจหัวใจคุณด้วยนะคะ และถ้าอยากรู้ว่าคุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลันมากแค่ไหน ลองมาทำแบบทดสอบนี้ ดูก็ได้ค่ะ
ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์
เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

เมื่อนาฬิกาหยุดเดิน

ใครที่ผูกนาฬิกาบ่อย ๆ จนติด
คงจะรู้สึกได้ . . . ในวันที่นาฬิกาหายไปจากข้อมือ
ฉันเอง . . . ก็เป็นคนที่ผูกนาฬิกามาตลอด . . .
หากวันไหนลืมจะรู้สึกว่า . . . บางอย่างมันหายไป
มันว่าง ๆ และขัดเขินทุกครั้ง . . . ที่ยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู

เมื่อราวสองปีก่อน . . . ที่นาฬิกาเรือนโปรดของฉันพัง
ด้วยความไม่มีสติ . . . ฉันเอาข้อมือไปทุบผนังห้องน้ำเล่น ๆ
โชคร้าย . . . ที่มือไม่เป็นอะไร นาฬิกาต่างหากที่พินาศ .. กระจกร้าว

ฉันถอดมันออกวางไว้ . . . ไม่ยอมเอาไปซ่อม
ด้วยว่า . . . รู้สึกถึงภาพเก่า และวันเวลาที่เก็บอยู่ในนั้น
ฉัน . . . เลิกใส่นาฬิกา และพบว่า ตัวเองมีอาการยกข้อมือเก้อ
เก้ออ . . . อยู่เป็นเวลานานพอดู

ความเคยชินของคนเรา เกิดขึ้น . . .
เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ . . . ในระยะเวลานานพอควร
และยังคงความเคยชินอยู่
เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นหายไปในระยะแรก ๆ

จนเวลาผ่านไปนาน . . .
ฉันจึงเริ่มชิน . . . กับการแอบมองเข็มนาฬิกาบนข้อมือคนอื่น
เวลาผ่านไป พร้อมกับบาดแผลที่เริ่มเลือนหาย
ฉันคิดโง่ ๆ ว่า . . . ภาพเหล่านั้นจะตายไปพร้อมนาฬิกา แต่มันไม่ใช่

ฉันตัดสินใจซ่อมนาฬิกา
เมื่อมันกลับมาวันแรก ๆ ฉันรู้สึกไม่คุ้น
จนถึงตอนนี้ . . . ก็ยังไม่คุ้น
ฉันยังแอบมอง . . . นาฬิกาบนข้อมือคนอื่น อยู่เหมือนเดิม
ฉันรู้สึกเขินแกมขำทุกครั้ง . . . ที่แอบมองข้อมือคนอื่น
ทั้ง ๆ ที่มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือของตัวเอง

ฉันนึกถึงใครบางคน . . . ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเสมอ ๆ
ในบางช่วง ที่เขาหายหน้าหายเสียงไป . . .
ฉันรู้สึกขาด ๆ แต่ก็เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ
ในบางครั้ง . . . ฉันพอใจที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ
ในวันที่ไม่แข็งแรง . . .

แต่ . . . ในบางครั้งฉันกลับรู้สึกพอใจ
กับการได้เดินคนเดียว . . . เดี่ยวเดี่ยวในวันว่าง
หรือเป็นความผูกพัน หรือเป็นเพียงความเคยชิน
หัวใจฉัน . . . ยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัดนัก

"คนเราจะรู้ค่าก็ต่อเมื่อ . . . สูญเสียสิ่งนั้นไป"
ฉันมักได้ยินใคร ๆ พูด
แต่ . . . ฉันกลับคิดว่า หากฉันยังมองไม่เห็น
ฉันน่าจะยอมเสียไปดีกว่า . . . เพื่อให้ซึ้งถึงคุณค่านั้น
ฉัน . . . ไม่อยากเอาเปรียบเขา
หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความคุ้นเคย ที่ไม่ใช่ความผูกพัน
ฉัน . . . ไม่อยากโกหกตัวเอง
หากจะรั้งเขาไว้ . . . ด้วยความไม่แน่ชัด

ฉันมีคำถาม . . . ที่ยังขบไม่แตกกับคำว่า . . .
ผูกพัน หรือว่าจะเป็นแค่คุ้นเคย
บางที . . . มันอาจจะเป็นการดี
หากฉันจะอยู่ห่าง ๆ หรือตัดขาด
เพื่อให้รู้จัก . . . หัวใจของตัวเองมากขึ้น
กับใครบางคน . . . ที่ขาดหายไปจากชีวิต
อาจเป็นเหมือน . . . นาฬิกาที่ขาดสาย
อาจรู้สึกแปลบ ๆ และมองหากับการหายไปในช่วงแรก
แต่ไม่นาน . . . คงจะชิน

ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์
เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ลองวัดของตัวเองดูนะ

ลองวัดของตัวเองดูนะ



ขอขอบคุณบทความดีดี ที่ได้รับจากเมล์
เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อไป